Visitors
hit counter script


ก่อนการเดินทางไปต่างประเทศ การฉีดวัคซีนป้องกันโรคเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการเดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาดของโรคอย่างเรื้อรัง เช่น ในประเทศเขตร้อนที่มีการระบาดของโรคที่มียุงเป็นพาหะ เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินทางไปยังทวีปแอฟริกาจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้เดินทางต้องได้รับการฉีดวัคซีน ข้างล่างนี้เป็นรายชื่อวัคซีนป้องกันโรคที่ผู้เดินทางควรรับการฉีดก่อนออกเดินทาง


     ไวรัสตับอักเสบเอ เป็นโรคที่สามารถติดได้ทางน้ำและอาหาร ถ้าผู้ติดเชื้อเป็นเด็ก อาการจะไม่รุนแรงมาก ซึ่งตรงกันข้ามกับอาการในผู้ติดเชื้อผู้ใหญ่ที่จะมีอาการรุนแรงมาก สำหรับผู้ที่เคยติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอเมื่อก่อนแล้วร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกัน ถ้าไม่ทราบว่าเคยเป็นแล้วหรือไม่และไม่เคยตรวจเลือด ควรฉีดวัคซีนก่อนการเดินทาง สำหรับผู้ที่ต้องเดินทางไปประเทศในทวีปแอฟริกาควรฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ และไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานในการรับวัคซีนสำหรับการเข้าประเทศ


     ไทฟอยด์ เป็นโรคติดต่อทางอาหารและน้ำเช่นเดียวกับไวรัสตับอักเสบ อาการคือมีไข้และปวดท้อง สามารถถึงชีวิตได้ถ้าเป็นหนัก การป้องกันมีทั้งชนิดฉีดและยากิน ยาเม็ดกิน7วัน ต้องกินก่อนการเดินทาง จะมีฤทธิ์ป้องกันอยู่นาน5ปี ยาฉีดฉีดครั้งเดียวก่อนเดินทาง มีฤทธิ์นาน2ปี สำหรับผู้ที่ต้องเดินทางไปประเทศในทวีปแอฟริกาควรฉีดวัคซีนป้องกันไทฟอยด์ และไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานในการรับวัคซีนสำหรับการเข้าประเทศ


     การได้รับเชื้อนั้นผ่านทางระบบหายใจ ไม่ว่าจากการไอหรือจาม โดยที่เชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดเยื้อหุ้มสมองอักเสบ นั้นจะมีอยู่ที่ปากของคนส่วนมากแต่ไม่แสดงอาการ โดยถ้าผู้อื่นได้รับเชื้อชนิดนี้ผ่านทางระบบหายใจ อาจะทำให้เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ในทวีปแอฟริกา โรคเยื้อหุ้มสมองอักเสบ เป็นโรคที่พบบ่อยในหลายประเทศ ควรฉีดวัคซีนป้องกันก่อนการเดินทาง สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปประเทศจิบูตี มาลาวี และซิมบับเว โดยใช้ระยะเวลาอยู่ที่ประเทศดังกล่าวเกินสามเดือน ควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันในระยะยาว


     ไข้เหลือง เป็นโรคติดต่อที่มียุงเป็นพาหะ ยุง โดยการถูกยุงที่เป็นพาหะกัด ยุงที่เป็นพาหะนำไข้เหลืองนั้นเป็นสายพันธุ์ที่ต่างจากสายพันธุ์ที่เป็นพาหะนำโรคมาเลเรีย พบได้ในทวีปแอฟริกาบริเวณเส้นศูนย์สูตร (Equatorial Africa) และอเมริกาใต้ ไข้เหลืองเป็นโรคที่ช่วงฝักตัวเป็นเวลา 3-6 วัน โดยจะมีอาการเป็นไข้ ปวดหัว ปวดท้อง และอาเจียน หลังจากนี้จะเป็นช่วงฟื้นตัวขึ้นอย่างสั้นๆ โดยจะตามต่อด้วยอาการช็อค เลือดออก และการทำงานของตับล้มเหลวซึ่งเป็นสัญญาณของโรคดีซ่าน จึงทำให้เป็นที่มาของชื่อโรค “ไข้เหลือง” สำหรับโรคไข้เหลืองยังไม่มียารักษาโรค ประมาณ 5% ของผู้ติดเชื้อเสียชีวิต แต่สามารถฉีดวัคซีนป้องกันได้ซึ่งจะมีฤทธิ์ป้องกันโรคได้ถึง 10 ปี ผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้วจะได้สมุดเหลืองที่สามารถใช้เป็นหลักฐานการรับวัคซีน

ประเทศในแอฟริกาที่ต้องฉีดวัคซีนก่อนการเดินทางและต้องการหลักฐานการรับวัคซีนสำหรับการเดินทางเข้าประเทศหรือข้ามพรมแดน: แองโกลา เบนิน บูกินาฟาโซ คาแมรูน แอฟริกากลาง คองโก เอริเทรีย กาบอง กานา ไลบีเรีย ไนเจอร์ รวันดา เซาโตเมและปรินซิเป และโตโก

ประเทศในแอฟริกาที่ต้องการหลักฐานการรับฉีดวัคซีนหากเดินทางข้ามพรมแดนมาจากประเทศที่มีการระบาด (ยกเว้นเด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี): แอลจีเรีย อียิปต์ มาดากัสการ์ มาลาวี มอริเซียส โมซัมบิก เซเชลส์ แอฟริกาใต้ สวาซิแลนด์ ซิมบับเว

ประเทศในแอฟริกาที่ควรฉีดวัคซีนก่อนการเดินทางและอาจต้องการหลักฐานการรับวัคซีนหากเดินทางข้ามพรมแดนมาจากประเทศที่มีการระบาด: บุรุนดี เคปเวิร์ด จิบูตี อิเควทอ-เรียลกินี แกมเบีย กินีบิสเซา เคนยา เลโซโท ไนจีเรีย เซเนกัล เซียร์ราลีโอน โซมาเลีย ซูดาน แทนซาเนีย และยูกันดา

ประเทศในแอฟริกาที่ควรฉีดวัคซีนก่อนการเดินทางแต่ไม่ต้องการหลักฐานการรับวัคซีน: ชาด มาลี คอโมโรส เอธิโอเปีย มอริเตเนีย และแซมเบีย

สถานที่ให้บริการฉีดวัคซีนไข้เหลือง
สถาบันบำราศนราดูร กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ห้องซีดวัคซีนระหว่างประเทศ
โทร 02-590-3430 (เตรียมสำเนาหนังสือเดินทางไปด้วย)

ที่ทำการแพทย์ตรวจคนเข้าเมือง ในบริเวณสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ถนนสาทร กรุงเทพ
โทร 02-2873101, 02-2873102, 02-2873103

สถานเสาวภา สภากาชาดไทย
โทร 02-252-0161-4

ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ
    ท่าอากาศยานกรุงเทพ
    โทร 02-535-1482, 02-535-4245
    ท่าเรือกรุงเทพ (คลองเตย)
    โทร 02-249-4110, 02-249-4418
    ท่าอากาศยานเชียงใหม่
    โทร 053-922-133, 053-200-647
    ท่าอากาศยานหาดใหญ่
    โทร 074-251-548
    ท่าอากาศยานภูเก็ต
    โทร 076-351-128
    ท่าเรือแหลมฉบัง
    โทร 038-401-112
    ท่าเรือสงขลา
    โทร 074-331-206, 074-332-641
    ท่าเรือภูเก็ต
    โทร 076-212-108
    ด่านฯ อ.สะเดา จ.สงขลา
    โทร 074-301-335


     มาเลเรีย เป็นอีกโรคหนึ่งที่มียุงเป็นพาหะนำเชื้อ โดยที่เชื้อจะอยู่ในน้ำลายยุง เมื่อถูกยุงกัดเชื้อจะเดินทางเข้าสู่กระแสเลือดและไปยังตับเพื่อแบ่งเชื้อ โรคจะไม่แสดงอาการจนกว่าเชื้อจะออกจากตับซึ่งอาจกินเวลาถึง 2 สัปดาห์ อาการของโรคคือ มีไข้สูง หนาวสั่น ปวดเมื่อยตามร่างกาย ถึงแม้ว่าจะเคยเป็นหลายครั้งในอดีตภูมิคุ้มกันโรคก็จะหมดไปภายในสองหรือสามปี ดังนั้นระหว่างเดินทางไปยังพื้นที่แพร่ระบาด ควรรับประทานยาป้องกันโรคตลอดระยะเวลาการเดินทาง พร้อมกับระวังไม่ให้ถูกยุงกัด

วิธีป้องกันการถูกยุงกัด
ยุงที่เป็นพาหะนำโรคมาเลเรียมักกัดตอนกลางคืน ดังนั้นเมื่อถึงเวลาเย็นควรเข้าเคหะสถาน ไม่ควรอยู่กลางแจ้งที่ยุงกัดได้ง่าย สวมเสื้อผ้าที่มิดชิดหรือหาสิ่งปกคลุมร่างกายให้ดี ถ้าไม่สามารถอยู่ในห้องปรับอากาศได้ ควรอยู่ในมุ้งที่เคลือบสารป้องกันยุง (ITN) ควรใช้สารป้องกันแมลงที่มี DEET อยู่ประมาณ 20%-50% เช่น Repel, Off, Cutters เป็นต้น ซึ่งควรทาทุกๆ 4-6 ชั่วโมง สารป้องกันแมลงไม่เป็นอันตรายต่อหญิงมีครรภ์และเด็ก แต่ไม่ควรทาบริเวณมือและขอบตาของเด็ก อีกหนึ่งวิธีคือการใช้สารเพอเมธินเคลือบเสื้อผ้า เมื่อใช้เคลือบบนเสื้อผ้าเพียงครั้งเดียวสามารถออกฤทธิ์ป้องกันแมลงได้ถึงหนึ่งสัปดาห์ สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์เดินป่า กระนั้นควรปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้

ประเทศในแอฟริกาที่มีความเสี่ยงติดโรคน้อย: เคปเวิร์ด มอริเซียส แอลจีเรีย อียิปต์ ลิเบีย โมร็อกโก

ประเทศในแอฟริกาที่มีความเสี่ยงติดโรคปานกลาง: บอสวานา มอริเตเนีย ซิมบับเว

ประเทศในแอฟริกาที่มีความเสี่ยงติดโรคสูง: แองโกลา เบนิน บูร์กินาฟาโซ บุรุนดี แคเมรูน แอฟริกากลาง ชาด คอโมโรส คองโก จิบูตี อิเควทอเรียลกินี เอริเทรีย กาบอง แกมเบีย กานา กินี กินีบิสเซา เคนยา ไลบีเรีย มาดากัสการ์ มาลาวี มาลี โมซัมบิก ไนเจอร์ ไนจีเรีย เซาตูเมและปริสซิปี รวันดา เซเนกัล เซียร์ราลีโน โซมาเลีย ซูดาน สวาซิแลนด์ แทนซาเนีย โตโก ยูกันดา แซมเบีย


      เป็นโรคที่พบครั้งแรกที่ประเทศยูกันดา โดยหลังจากนั้นสามารถแยกประเภทของไวรัสได้ที่ประเทศอียิปต์ โดยที่เป็นไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคเยื้อหุ้มสมองอักเสบอย่างร้ายแรงในมนุษย์ เป็นโรคที่มีการติดต่อได้ระหว่างคนและสัตว์ ในสัตว์เช่น ยุง นกอพยพ ชิปมังค์ สกังค์ กระรอก แรกคูน ที่น่าเป็นห่วงสุดคือการติดผ่านการถูกยุงกัด เนื่องจากยุงมักไปกัดดูดเลือดจากนกอพยพที่มีเชื้อโรคอยู่แล้วมากัดคนอีกทีหนึ่ง โดยยุงที่สามารถเป็นพาหะได้นั้นมีหลายสายพันธุ์มาก อาการหลังโดนกัดในคนส่วนมากมักไม่แสดงอาการ คนที่ถูกกัดแล้วจะมีอาการนั้นมีเพียง 20% และอาการจะเป็นเพียงแค่อาการไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ มีผื่นแดงตามผิวหนัง และต่อมน้ำเหลืองอักเสบ ถ้าหากเชื้อเข้าสู่สมองทำให้เป็นสมองอักเสบ มีการศึกษาพบว่า 1 ใน 150 คนที่ติดโรคจะพัฒนาอาการที่รุนแรงมากได้แก่ ปวดหัว ไข้สูง คอแข็ง กล้ามเนื้ออ่อนแรง อัมพาต แต่หลังจากนี้อาการทางประสาทจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ดังนั้นผู้ที่ต้องเดินทางไปยังทวีปแอฟริกา ควรป้องกันไม่ได้ถูกยุงกัด วิธีป้องกันยุงกัดนั้นเหมือนกับการป้องกันยุงกัดเพื่อไม่ให้เป็นมาเลเรีย ยุงที่เป็นพาหะเวสต์ไนล์ไวรัสไม่เหมือนกับยุงที่เป็นพาหะโรคมาเลเรียที่ส่วนมากจะออกกัดตอนกลางคืน ยุงพาหะเวสต์ไนล์ไวรัสสามารถกัดคนได้ทุกเวลา ดังนั้นควรจะระมัดระวังเป็นพิเศษ


     ยุง เป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออกโดยการกัดคน ไข้เลือดออกเป็นโรคที่ไม่มียารักษาหรือวัคซีน เมื่อถูกยุงที่เป็นพาหะไข้เลือดออกกัดแล้ว เชื้อจะใช้เวลาฝักตัวประมาณ 5 วัน อาการของโรคคือ เป็นไข้ ปวดหัว ตัวร้อนและปวดเมื่อยข้อต่ออย่างรุนแรง อาการไข้จะหายไปภายใน 3-5 วัน จากนั้นจะเกิดผื่นขึ้นใต้ผิวหนัง เป็นจุดขาว ขึ้นทั่วตัวและใบหน้า ถึงแม้ว่าผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกจะสามารถฟื้นตัวและหายจากโรคได้ แต่ในผู้ป่วยบางรายอาจเกิดการติดโรคซ้ำเป็นครั้งที่สอง ทำให้หลอดเลือดแดงถูกทำลายอย่างรุนแรง และแม้ว่าผู้ป่วนจะมีภูมิคุ้มกันหลังจากฟื้นตัวจากโรค แต่ภูมิคุ้มกันโรคไข้เลือดออกนั้นอยู่ไม่นานและผู้ป่วยมักจะกลับมาเป็นโรคได้อีก ดังนั้นวิธีการที่ดีที่สุดที่จะป้องกันไม่ให้เป็นโรคไข้เลือดออกคือ การหลีกเลี่ยงไม่ให้ยุงกัด



อ้างอิงจาก :
สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
http://thaigcd.ddc.moph.go.th