Central African Republic
| ข้อมูลทั่วไป
ที่ตั้ง ตั้งอยู่ตอนกลางของทวีปแอฟริกา ไม่มีทางออกทะเล ทิศเหนือติดกับชาด ทิศใต้ติดกับสาธารณรัฐคองโกและสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ทิศตะวันออกติดกับซูดาน และทิศตะวันตกติดกับแคเมอรูน |
พื้นที่ 622,984 ตร.กม. (มีขนาดใหญ่กว่าไทยเล็กน้อย)
เมืองหลวง กรุงบังกี (Bangui)
ประชากร 4.53 ล้านคน (ปี 2553)
ภูมิอากาศ ภูมิอากาศแบบเขตร้อน ภาคเหนือเป็นแบบทุ่งหญ้าสะวันนา ภาคใต้เป็นแบบเส้นศูนย์สูตร อากาศร้อนที่สุดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ประมาณ 21-34 องศาเซลเซียส มีฝนตกมากที่สุดในเดือนกรกฎาคม และหนาวที่สุดในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ฤดูแล้งกินระยะเวลาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-มีนาคม อากาศแห้งที่สุดในช่วงเดือนธันวาคม
ภาษาราชการ ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาราชการ และมีภาษา Sango เป็นภาษาประจำชาติ
ศาสนา ความเชื่อดั้งเดิม 35 % โปรเตสแตนท์ 25 % โรมันคาทอลิก 25% มุสลิม 15%
วันชาติ 13 สิงหาคม
ระบอบการปกครอง
ประธานาธิบดี นาย ฟรองชัวร์ โบซิเซ่ (Francois Bozize)
นายกรัฐมนตรี นายโฟส์แตง-อาร์ชองจ์ ตูอาเดร่า (Faustin-Archange Touadera)
รมว. กต. นายอองตวน กัมบี (Antoine Gambi)
เว็บไซต์ทางการ www.centrafricaine.info
ประวัติศาสตร์โดยสังเขป
สาธารณรัฐแอฟริกากลางเป็นดินแดน 1 ใน 4 ของ Equatorial Africa ของฝรั่งเศสซึ่งแต่เดิมมีชื่อว่า Ubangi Shari ต่อมา เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2501 ได้เข้าร่วมเป็นรัฐสมาชิกของประชาคมฝรั่งเศส และได้รับเอกราชเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2503
ตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2519 กำหนดระบอบการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยแบบมีรัฐสภา และใช้ชื่อประเทศว่า Central African Empire ประธานาธิบดี Bokassa สถาปนาตนเองเป็นจักรพรรดิ Bokassa ที่ 1 ต่อมา มีการทำรัฐประหารในเดือนกันยายน 2522 โค่นล้มจักรพรรดิ Bokassa ล้มเลิกระบอบการปกครองดังกล่าว หลังจากนั้น มีการทำรัฐประหารอีกหลายครั้งเรื่อยมา
เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2540 มีการลงนามในความตกลงเพื่อยุติปัญหาการก่อการของกลุ่มนายทหารนอกแถว (mutineers) ที่กรุงบังกี และมีการจัดตั้งกองกำลังสันติภาพที่เรียกว่า MISAB ความขัดแย้งระหว่างนายทหารนอกแถวและกองกำลัง MISAB ยังคงดำเนินต่อไปทั้งๆ ที่มีการลงนามตกลงหยุดยิงกันหลายครั้ง จนกระทั่งเดือนเมษายน 2541 กองกำลังของสหประชาชาติ (the United Nations Mission in the Central African Republic หรือ MINURCA) ได้เข้ารับหน้าที่ในการรักษาสันติภาพในสาธารณรัฐแอฟริกากลาง
1.1 แอฟริกากลางมีรูปแบบการปกครองแบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐ อยู่ในวาระคราวละ 5 ปี และสามารถดำรงตำแหน่งได้ 2 สมัย มีอำนาจในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี การเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งล่าสุดมีขึ้นในปี 2548 ฝ่ายนิติบัญญัติ มีรัฐสภาแบบสภาเดียว (National Assembly)ทำหน้าที่บริหารอำนาจนิติบัญญัติ มีสมาชิก 105 ที่นั่ง มาจากการเลือกตั้งโดยตรง อยู่ในตำแหน่งคราวละ 5 ปี ปัจจุบัน อดีตนายกรัฐมนตรี Celestin Gaombalet ดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภา ฝ่ายตุลาการ มีศาลสูง ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกา ศาลอาญา และศาลชั้นต้น รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน คือ ฉบับเดือนธันวาคม 2547 ซึ่งได้รับการแก้ไขจากฉบับปี 2538 และได้รับการรับรองโดยการลงประชามติ
1.2 ประธานาธิบดี Francois Bozize เข้ารับตำแหน่งหลังจากการทำรัฐประหารของฝ่ายทหารเมื่อเดือนมีนาคม 2546 และได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนพฤษภาคม 2548 การเลือกตั้งประธานาธิบดีและการเลือกตั้งทั่วไปครั้งต่อไปแต่เดิมกำหนดให้มีขึ้นในเดือนเมษายน 2553 อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการการเลือกตั้ง (Independent Electoral Commission หรือ IEC) ได้เสนอฝ่ายการเมืองให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปก่อนด้วยข้อจำกัดทางด้านงบประมาณและการเตรียมการ ต่อมา เมื่อเดือนมิถุนายน 2553 คณะกรรมการการเลือกตั้งได้เสนอปฏิทินการเลือกตั้งให้ประธานาธิบพิจารณา โดยเสนอให้จัดการเลือกตั้งรอบแรกในวันที่ 24 ตุลาคม 2553 และรอบที่สองในวันที่ 19 ธันวาคม 2553 และให้ประกาศผลการเลือกตั้งในวันที่ 4 มกราคม 2554
1.3 ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปนี้ เป็นที่คาดการณ์ว่า ประธานาธิบดี Bozize จะลงสมัครรับเลือกตั้งอีกวาระ ส่วนพรรค Mouvement pour la liberation du people centrafricain (MLPC) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านในสภา ยังคงมีความเห็นขัดแย้งกันในเรื่องการส่งผู้สมัครเข้าร่วมชิงชัยการเลือกตั้ง ระหว่างฝ่ายที่สนับสนุนอดีตประธานาธิบดี Felix Patasse และฝ่ายที่สนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรี Martin Ziguele
1.4 ที่ผ่านมา แอฟริกากลางประสบปัญหาความขัดแย้งในประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเดือนมิถุนายน 2551 กลุ่มกบฏหลัก 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม Union des forces democratiques pour le rassemblement (UFDR) และกลุ่ม Armee populaire pour la restauration de la republique et la democratie (APRD) ได้ลงนามเข้าร่วมกระบวนการเสริมสร้างสันติภาพ ณ กรุงลีเบรอวิล สาธารณรัฐกาบอง และรัฐบาลได้จัดให้มีการเจรจาร่วมกันระหว่างกลุ่มการเมืองต่างๆ ในลักษณะ Inclusive Political Dialogue (IPD) เพื่อหาทางยุติความขัดแย้งและสร้างความสมานฉันท์ในประเทศ ในเดือนธันวาคม 2551
1.5 ต่อมา เมื่อเดือนกันยายน 2551 รัฐสภาเห็นชอบการออกกฏหมายนิรโทษกรรมแก่กลุ่มกบฏ และนำไปสู่การก่อตั้งรัฐบาลเพื่อความเป็นเอกภาพแห่งชาติ (Government of National Unity) ในเดือนมกราคม 2552 ซึ่งมีนาย Francois Naouyuma ผู้นำกลุ่ม APRD และนาย Djomo Didou ผู้นำกลุ่ม UFDR รวมอยู่ด้วย โดยกลุ่ม Front democratique du people centrafricain (FDPC) และกลุ่ม Mouvement des liberateurs centrafricains pour la justice (MLCJ) ได้เข้าร่วมกระบวนการเสริมสร้างสันติภาพในภายหลัง
1.6 รัฐบาลแอฟริกากลางเริ่มดำเนินการตามกระบวนการ DDR[1]ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2552 อย่างไรก็ตาม แอฟริกากลางยังคงประสบปัญหาความเปราะบางทางการเมืองและสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากความขัดแย้งภายในประเทศที่มีเป็นเวลานาน สถาบันการปกครองและกระบวนการทางการเมืองยังคงรวมศูนย์อยู่ที่กรุงบังกีและไม่สามารถให้บริการและคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนได้อย่างทั่วถึง สถานการณ์ความรุนแรงและการก่อความไม่สงบของกลุ่มกบฏทางภาคเหนือและภาคตะวันออกของประเทศยังคงคุกคามความปลอดภัยของประชาชน และก่อให้เกิดปัญหาคนอพยพพลัดถิ่น ในปัจจุบัน รัฐบาลของแอฟริกากลางยังคงพึ่งพากองกำลังรักษาสันติภาพขององค์การสหประชาชาติในสาธารณรัฐแอฟริกากลางและชาด (MINURCAT) และกองกำลัง Micopax[2] ในการรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ โดยเฉพาะในส่วนของดินแดนที่อยู่ห่างไกลจากกรุงบังกี เมืองหลวงของประเทศ
1.7 รัฐบาลของนาย Bozize ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปฏิรูปหน่วยงานทางด้านความมั่นคงของประเทศ โดยมุ่งพัฒนาและเพิ่มความสามารถให้แก่กองทัพทั้งทหารและตำรวจ ตลอดจนการจัดตั้งระบบกฎหมายที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ความพยายามดังกล่าวได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากสหประชาชาติ และประชาคมเศรษฐกิจและการเงินแห่งแอฟริกากลาง โดยสหประชาชาติได้จัดตั้งสำนักงานเสริมสร้างสันติภาพอย่างบูรณาการแห่งสหประชาชาติในสาธารณรัฐแอฟริกากลาง (BINUCA) ขึ้นเพื่อรับภารกิจต่อจากสำนักงานเสริมสร้างสันติภาพแห่งสหประชาชาติ (BONUCA) และประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกับกองกำลังรักษาสันติภาพขององค์การสหประชาชาติ MINURCAT ในการรักษาสันติภาพและความมั่นคงในประเทศและภูมิภาคแอฟริกากลาง
1.8 ปัญหาความไม่สงบในประเทศแอฟริกากลางส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องอพยพย้ายถิ่นฐานทั้งภายในประเทศและข้ามพรมแดนไปยังประเทศชาด ในปัจจุบัน กลุ่มกบฏ Convention des patriotes pour la justice et la paix (CPJP) ยังคงปฏิเสธการเข้าร่วมกระบวนการเสริมสร้างสันติภาพ นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มกองโจรอื่นๆ ที่มุ่งก่อความไม่สงบตามพื้นที่
2. เศรษฐกิจ
2.1 ระบบเศรษฐกิจโดยรวมของแอฟริกากลางยังคงพึ่งพิงการทำเกษตรกรรมแบบยังชีพและการทำป่าไม้ รายได้จากภาคเกษตรกรรมคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ อย่างไรก็ตาม แอฟริกากลางยังต้องอาศัยความช่วยเหลือจากต่างประเทศในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอุตสาหกรรมการก่อสร้าง ทั้งนี้ แอฟริกากลางได้เข้าร่วมโครงการ Poverty Reduction and Growth Facility (PRGF) ของ IMF ซึ่งเพิ่งได้รับการเพิ่มวงเงินและขยายระยะเวลาโครงการจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2553 ทั้งยังอยู่ในโครงการลบหนี้ Heavily Indebted Poor Countries (HIPC) ของ IMF ด้วย
2.2 ข้อจำกัดที่สำคัญของประเทศแอฟริกากลาง ได้แก่ การเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกทะเล ระบบขนส่งที่ยังขาดการพัฒนา การขาดแรงงานฝีมือ และนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจมหภาคที่ยังขาดความชัดเจน ตลอดจนความขัดแย้งและเหตุการณ์ความไม่สงบภายในประเทศที่ไม่เอื้อต่อการสร้างบรรยากาศการค้าและการลงทุนที่ดี
2.3 แอฟริกากลางเป็นสมาชิกประชาคมเศรษฐกิจและการเงินแห่งแอฟริกากลาง (Communaute Economique et Monetaire de l'Afrique Centrale หรือ CEMAC) จึงมีธนาคารแห่งรัฐในแอฟริกากลาง (Banque des Etats de l'Afrique Centrale หรือ BEAC) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงยาอุนเด ประเทศแคเมอรูน ทำหน้าที่กำหนดนโยบายทางด้านการเงินของประเทศ โดยมุ่งควบคุมระดับเงินเฟ้อและรักษาการตรึงค่าเงิน CFA franc ไว้กับเงินสกุลยูโร (1 ยูโร เท่ากับ 655.957 ฟรังก์เซฟา) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2542 เป็นต้นมา
2.4 สินค้าส่งออกหลักของแอฟริกากลาง ได้แก่ ไม้ซุงและเพชร ซึ่งในปี 2550 ทำรายได้ให้ประเทศถึง 87.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ 62.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐตามลำดับ สินค้าน้ำเข้าที่สำคัญของประเทศ ได้แก่ น้ำมัน ซึ่งมีมูลค่าการนำเข้าสูงถึง 68.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2550
2.5 ตลาดส่งออกที่สำคัญของแอฟริกากลาง ได้แก่ ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย เบลเยี่ยม จีนและฝรั่งเศส ในขณะที่ตลาดนำเข้าสินค้าที่สำคัญของแอฟริกากลาง ได้แก่ เกาหลีใต้ ฝรั่งเศส แคเมอรูน เนเธอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกาและสเปน
3. นโยบายต่างประเทศ
3.1 แอฟริกากลางมีความใกล้ชิดกับฝรั่งเศสจากการที่เคยเป็นประเทศในอาณานิคมของฝรั่งเศสมาก่อน ในปัจจุบัน ฝรั่งเศสยังคงให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาประเทศ และเป็นคู่ค้าที่สำคัญของแอฟริกา นอกจากนี้ ฝรั่งเศสยังคงวางกองกำลังทหารไว้ในแอฟริกากลางเพื่อปฏิบัติภารกิจรักษาสันติภาพระหว่างประเทศ โดยวางกองกำลังทหาร 320 นายไว้ ณ กรุงบังกี และได้ส่งทหารไปประจำการที่แอฟริกากลางในส่วนของกองกำลังรักษาสันติภาพของสหภาพยุโรป (EUFOR Chad/CAR) จำนวนทั้งสิ้น 1,650 นาย
3.2 ปัญหาความขัดแย้งและความไม่สงบในประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ ชาด ซูดาน และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพความมั่นคงของประเทศแอฟริกากลาง ปัจจุบัน ประธานาธิบดี Bozize ยังคงพยายามรักษาสมดุลความสัมพันธ์ระหว่างซูดานกับชาดซึ่งเป็นประเทศที่มีปัญหาความขัดแย้งกัน
3.3 เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2553 คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) มีมติขยายอาณัติ MINURCAT (United Nations Mission in the Central African Republic and Chad) ออกไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2553 และมีมติให้ถอนทหารจาก 3,300 นายให้เหลือ 2,200 นาย (1,900 นายในชาด และ 300 นายในแอฟริกากลาง) โดยกำหนดให้มีทหารผู้ประสานงาน 25 นาย ตำรวจไม่เกิน 300 นาย และพลเรือนในจำนวนที่เหมาะสม และให้การถอนทหารครั้งสุดท้ายเริ่มขึ้นในวันที่ 15 ธันวาคม 2553 โดยในระหว่างนี้ MINURCAT จะยังคงวางกำลังอยู่ที่เมือง Birao เพื่อปฏิบัติภารกิจร่วมกับฝ่ายแอฟริกากลางในการรับผิดชอบด้านความมั่นคง ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของแอฟริกากลาง รวมทั้งสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานด้านมนุษยธรรมในพื้นที่ต่อไป
ข้อมูลเศรษฐกิจ/การค้า
| ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ | 2.14 พันล้าน USD (ไทย: 317.8 พันล้าน USD) |
| รายได้ประชาชาติต่อหัว | 473.59 USD (ไทย: 4,719.8 USD) |
| การขยายตัวทางเศรษฐกิจ | ร้อยละ 3.3 (ไทย: ร้อยละ 7.8) |
| อัตราเงินเฟ้อ | 2.5 (ไทย: ร้อยละ 3.3) |
| เงินทุนสำรอง | 145.2 ล้าน USD (ไทย: 185.6 พันล้าน USD) |
| อุตสาหกรรมที่สำคัญ | เหมืองเพชรและทอง ป่าไม้ โรงกลั่น สิ่งทอ รองเท้า ชิ้นส่วนจักรยานและจักรยานยนต์ |
| ทรัพยากรธรรมชาติ | เพชร ยูเรเนียม ป่าไม้ ทอง น้ำมัน พลังงานจากน้ำ |
| สินค้าส่งออกที่สำคัญ | เพชร ไม้ซุง ฝ้าย กาแฟ ยาสูบ |
| สินค้านำเข้าที่สำคัญ | อาหาร สิ่งทอ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เครื่องจักรกล อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ยานพาหนะ เคมีภัณฑ์ เวชภัณฑ์ |
| ประเทศคู่ค้าที่สำคัญ | ส่งออกไป เบลเยียม จีน อินโดนีเซีย โมร็อกโก สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ฝรั่งเศส |
| นำเข้าจาก เกาหลีใต้ ฝรั่งเศส แคเมอรูน เนเธอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา | |
| หน่วยเงินตรา | ฟรังก์เซฟา (CFAfr) อัตราแลกเปลี่ยน 1 บาท ประมาณ 15.07 CFAfr (ณ วันที่ 20 มิ.ย. 54)
|
สถิติที่สำคัญ ไทย-แอฟริกากลาง (2553)
| มูลค่าการค้าไทย
-แอฟริกากลาง | 1.98 ล้าน USD (ไทยส่งออก 0.19 ล้าน USD ไทยนำเข้า 1.80 ล้าน USD ไทยเสียดุลการค้า - 1.61 ล้าน USD) |
| สินค้าส่งออกของไทย | รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์
|
| สินค้านำเข้าจากแอฟริกากลาง | เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ด้ายและเส้นใย
|
| การลงทุน | ไม่ปรากฏข้อมูลการลงทุนระหว่างกัน |
| การท่องเที่ยว | ชาวแอฟริกากลางมาไทย 22 คน (2553)
|
| คนไทยในแอฟริกากลาง | คนไทยในแอฟริกากลาง ไม่ปรากฏข้อมูล |
| การตรวจลงตรา | การตรวจลงตรา ขอรับการตรวจลงตราตามปกติได้ที่ สถานเอกอัครราชทูตแอฟริกากลางประจำจีน |
| สำนักงานของไทยที่ดูแลแอฟริกากลาง | สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูจา |
| สำนักงานของแอฟริกากลางที่ดูแลไทย | ยังไม่มีการมอบหมายสถานเอกอัครราชทูตใดให้ดูแลไทยอย่างเป็นทางการ |
1.1 การทูต
ไทยและแอฟริกากลางสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2530 ปัจจุบัน ไทยได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูจา มีเขตอาณาครอบคลุมแอฟริกากลาง ส่วนแอฟริกากลางได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตแอฟริกากลางประจำกรุงปักกิ่ง มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทย ความสัมพันธ์ทั่วไปราบรื่นดี
1.2 เศรษฐกิจ
ในปี 2552 ไทยและแอฟริกากลางมีมูลค่าการค้ารวม 2.82 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยเป็นฝ่ายส่งออกและได้ดุลการค้า 2.82 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไม่ปรากฏข้อมูลการนำเข้า ทั้งนี้ มูลค่าการค้ารวมเพิ่มขึ้นจากปี 2551 ซึ่งมีมูลค่าการค้ารวม 3.5 แสนดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออก 9 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 2.5 แสนดอลลาร์สหรัฐ ไทยขาดดุลการค้า 1.6 แสนดอลลาร์สหรัฐ สำหรับมูลค่าการค้ารวมไทยและแอฟริกากลางในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2553 นั้น มีมูลค่า 9.8 แสนดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึง 9.1 แสนดอลลาร์สหรัฐ
สินค้าส่งออกของไทยไปยังแอฟริกากลาง ได้แก่ เคหะสิ่งทอ นมและผลิตภัณฑ์นม เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ
2. ความตกลงที่สำคัญๆ กับไทย
ยังไม่มีการทำความตกลงใดๆ ระหว่างกัน
3. การเยือนที่สำคัญ
ไม่ปรากฏข้อมูลการเยือนระหว่างไทยกับแอฟริกากลาง
สถานะเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2553
[1] กระบวนการกลับคืนสู่สังคม (Disarmament, Demobilisation and Reintegration)
[2] MICOPAX (Mission de consolidation de la paix en Centrafrique หรือ Mission for the Consolidation of Peace in Central Africa Republic ในภาษาอังกฤษ) เป็นกองกำลังรักษาสันติภาพภายใต้ความรับผิดชอบของประชาคมเศรษฐกิจแห่งรัฐ แอฟริกากลาง (Economic Community of Central African States หรือ ECCAS) มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการรักษาสันติภาพและความมั่นคงที่ยั่งยืนใน สาธารณรัฐแอฟริกากลาง โดยมีอาณัติให้ปฏิบัติหน้าที่ในการคุ้มครองพลเรือน รักษาความสงบเรียบร้อย สร้างความสมานฉันท์และส่งเสริมให้เกิดการเจรจาทางการเมืองตามแนวทางของ ประธานาธิบดี Bozize
