สาธารณรัฐอิเควทอเรียลกินี
Republic of Equatorial Guinea
พื้นที่ 28,051 ตร.กม. (ใหญ่กว่าเชียงใหม่ประมาณ 1.5 เท่า)
เมืองหลวง กรุงมาลาโบ (Malabo)
ประชากร 1.31 ล้านคน (2553)
ภูมิอากาศ อากาศร้อนชื้น ฝนตกชุก ปริมาณน้ำฝนโดยเฉลี่ยกว่า 2,000 มิลลิเมตร
อุณหภูมิ โดยเฉลี่ย 25 องศาเซลเซียส
ภาษาราชการ สเปน และฝรั่งเศส
ศาสนา คริสต์ (โรมันคาทอลิก) และความเชื่อดั้งเดิม
วันชาติ 12 ตุลาคม
ระบอบการปกครอง แบบสาธารณรัฐ ประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐ และนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือนาย Teodoro Obiang Nguema Mbasogo
ประธานาธิบดี นายทีโอโดโร โอเบียง งูมา มบาโซโก (Teodoro Obiang Nguema Mbasogo)
นายกรัฐมนตรี นายอิกนาซิโอ มิลาม ตาง (Ignacio Milam Tang)
รมว.กต. นายปาสเตอร์ มิชา ออนโด บิเล่ (Pastor Micha Ondo Bile)
เว็บไซต์ทางการ http://guinea-equatorial.com
ประวัติโดยสังเขป
อิเควทอเรียลกินีเคยอยู่ภายใต้การปกครองของโปรตุเกส และตกเป็นอาณานิคมของสเปนเป็นเวลาถึง 190 ปี ตั้งแต่ปี 2321 จนได้รับเอกราชเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2511 โดยมีนาย Macias Nguema ดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีคนแรกและเป็นผู้สถาปนาระบบการปกครองแบบพรรค เดียวในปี 2513
ภายใต้ระบบการปกครองเผด็จการของประธานาธิบดี ประชาชนกว่า 1 ใน 3 ของประเทศถูกสังหารหรือหนีออกนอกประเทศ จนเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2515 นาย Macias Nguema ได้สถาปนาตนเองเป็นประธานาธิบดีตลอดกาล (President-for-Life) แต่ต่อมา ได้ถูกโค่นล้มโดยรัฐประหารในเดือนสิงหาคม 2522 ภายใต้การนำของพันเอก Teodoro Obiang Nguema Mbasogo รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นหลานชายของนาย Macias Nguema จากนั้น คณะนายทหารจึงเป็นองค์กรทางการเมืองที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการบริหารปกครอง ประเทศ
รัฐธรรมนูญ ฉบับวันที่ 12 ตุลาคม 2525 เปิดโอกาสให้มีการจัดตั้งพรรคฝ่ายค้านที่ถูกต้องตามกฎหมาย หลังจากนั้น ในปี 2534 ประธานาธิบดี Obiang ได้สถาปนาระบบการเมืองหลายพรรคขึ้น โดยจัดให้มีการเลือกตั้งแบบหลายพรรคขึ้นครั้งแรกในปี 2539 อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติแล้ว พรรค Partido Democratico de Guinea Ecuatorial (PDGE) ของนาย Obiang ยังคงเป็นพรรคการเมืองที่ถือครองเสียงข้างมากเพียงพรรคเดียว และมักมีรายงานข่าวเกี่ยวกับการจำกัดคู่แข่งทางการเมืองและความไม่โปร่งใสใน การเลือกตั้งเสมอๆ
นโยบายรัฐบาลชุดปัจจุบัน
1. การเมืองการปกครอง
1.1 อิเควทอเรียลกินีมีการปกครองแบบสาธารณรัฐ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้รับความเห็นชอบโดยการลงประชามติ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2534 และแก้ไขเพิ่มเติมเมื่อเดือนมกราคม 2538 ซึ่งเป็นการเริ่มต้นของระบอบประชาธิปไตยที่มีพรรคการเมืองหลายพรรค และนำไปสู่การจัดตั้งสภาผู้แทนราษฎร
1.2 ประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้งโดยตรง อยู่ในตำแหน่งคราวละ 7 ปี มีอำนาจในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อบริหารประเทศ คนปัจจุบันคือ นาย Teodoro Obiang Nguema Mbasogo ดำรงตำแหน่งเป็นเวลายาวนานถึง 30 ปีแล้ว และคาดว่าจะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งต่อไปในเดือนธันวาคม 2552
1.3 สภาผู้แทนราษฎร (Camara de Representantes del Pueblo) ประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 100 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรง และมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี ฝ่ายตุลาการ ประกอบไปด้วยศาลสูง (Supreme Tribunal) และศาลอื่นๆ อีก 3 ประเภท คือ ศาลแพ่ง ศาลอาญาและศาลปกครอง
1.4 ประธานาธิบดี Obiang ได้ยุบสภาเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2551 เพื่อเปิดโอกาสให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเดือนพฤษภาคมปีเดียวกัน ซึ่งพรรค PDGE ของประธานาธิบดีได้รับการเลือกตั้งเข้าสภาถึง 99 ที่นั่ง นายกรัฐมนตรี Ignacio Milan Tang เข้าดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2551 มีรองนายกรัฐมนตรี 3 ตำแหน่ง และคณะรัฐมนตรีประกอบด้วยสมาชิก 42 คน
1.5 เนื่องจากเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศที่มีประธานาธิบดีทำหน้าที่บริหารประเทศมาเป็นระยะเวลานาน นโยบายของรัฐบาลอิเควทอเรียลกินีจึงมิได้มีการเปลี่ยนแปลงมากนักในช่วงที่ผ่านมา โดยยังคงให้ความสำคัญกับการมุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และการกระจายรายได้เพื่อลดช่องว่างทางเศรษฐกิจของประชาชนในประเทศ
2. เศรษฐกิจ
2.1 การค้นพบแหล่งสำรองน้ำมันขนาดใหญ่และมีการนำมาใช้ประโยชน์ได้ส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของอิเควทอเรียลกินีอย่างมาก ในปัจจุบัน อิเควทอเรียลกินีมีระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพิงรายได้จากการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ มีอัตราปริมาณการผลิตน้ำมันประมาณ 4 แสนบาร์เรลต่อวัน รายได้จากภาคอุตสาหกรรมน้ำมันคิดเป็นสัดส่วนถึง 82% ของ GDP ในปี 2550 โดยมีสหรัฐอเมริกาเป็นตลาดส่งออกน้ำมันรายใหญ่ (30% ของการส่งออกน้ำมันในปี 2551) ด้วยเหตุนี้ เศรษฐกิจของประเทศจึงได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก และมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจ
2.2 ภาคเกษตรกรรมซึ่งเคยเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจก่อนการค้นพบแหล่งสำรองน้ำมันขนาดใหญ่ในช่วงปี 2533-2535 ทำรายได้ให้ประเทศน้อยกว่า 2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ รัฐบาลอิเควทอเรียลกินีใช้ความพยายามอย่างยิ่งในการฟื้นฟูภาคเกษตรกรรมเพื่อลดการพึ่งพิงรายได้จากการส่งออกน้ำมัน โดยมีนโยบายให้ความสนับสนุนและช่วยเหลือบริษัทผู้ประกอบการต่างๆ ในประเทศในการลงทุนทางการเกษตร เนื่องจากปัจจุบัน อิเควทอเรียลกินีต้องพึ่งพาการนำเข้าอาหารเพื่อใช้ในการบริโภคในประเทศ
2.3 นับตั้งแต่ปี 2536 ธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศได้ยุติโครงการให้ความช่วยเหลือแก่อิเควทอเรียลกินีหลายโครงการ เนื่องจากการฉ้อราษฎร์บังหลวงและการบริหารงานผิดพลาดของรัฐบาล
2.4 นโยบายการเงินของอิเควทอเรียลกินีถูกกำหนดโดยธนาคารแห่งรัฐในภูมิภาคแอฟริกากลาง (Banque des Etats de l'Afrique centrale หรือ BEAC) ซึ่งปัจจุบันให้ความสำคัญกับการคุมระดับอัตราเงินเฟ้อและรักษาการตรึงค่าเงิน CFA franc ไว้กับเงินสกุลยูโร (655.96 CFAfr เท่ากับ 1 ยูโร)
2.5 สำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลอิเควทอเรียลกินีพยายามแก้ไขปัญหาไฟฟ้าดับโดยการเพิ่มกำลังการผลิตและพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าที่มีอยู่ ในปี 2551 อัตราการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 20% ตามรายงานของบริษัท SEGESA ซึ่งดูแลการผลิตพลังงานไฟฟ้าในประเทศ สำหรับภาคอุตสาหกรรมการก่อสร้างแม้ว่าจะประสบปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ แต่ก็ยังคงมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน เนื่องจากภาครัฐมีโครงการพัฒนากรุงมาลาโบ ทั้งโครงการก่อสร้างอาคารเคหะสถานในกรุงมาลาโบ และการเชื่อมโยงเครือข่ายถนนต่างๆ
2.6 ประเทศคู่ค้าที่สำคัญของอิเควทอเรียลกินี ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน สเปน ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร โดยตลาดสินค้าส่งออกที่สำคัญของประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา (สัดส่วน 24.3%) สเปน (19.5%) จีน (16.3%) และฝรั่งเศส (8.5%) ในขณะที่อิเควทอเรียลนำเข้าสินค้าจากตลาดหลากหลาย
3. นโยบายต่างประเทศ
3.1 อิเควทอเรียลกินีมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสเปนทั้งทางด้านการค้า ภาษา และประวัติศาสตร์ อย่างไรก็ตาม การที่สเปนวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอิเควทอเรียลกินีในเรื่องสิทธิมนุษยชนในระยะหลังได้ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศในระดับหนึ่ง
3.2 ที่ผ่านมา รัฐบาลของประธานาธิบดี Obiang ได้พยายามสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับฝรั่งเศส และเข้าร่วมในเขตเศรษฐกิจที่ใช้เงินฟรังก์ (Franc Zone) และกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส (Francophonie) ในปี 2528 ทั้งยังได้กำหนดให้ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาราชการของประเทศในปี 2541
3.3 อิเควทอเรียลกินีมีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับไนจีเรียและแองโกลาซึ่งเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในด้านความมั่นคงในภูมิภาค ล่าสุดในเดือนกันยายน 2552 ได้มีการฝึกปฏิบัติการป้องกันน่านน้ำร่วมกันระหว่างอิเควทอเรียลกินี กาบอง แคเมอรูนและเซาตูเมและปรินซิปี อย่างไรก็ตาม อิเควทอเรียลกินียังมีประเด็นข้อพิพาทเรื่องดินแดนกับกาบอง และการแบ่งเขตแดนทางทะเลกับไนจีเรียในบริเวณที่เป็นแหล่งทรัพยากรน้ำมัน
3.4 อิเควทอเรียลกินีและแคเมอรูนมีความขัดแย้งกันในเรื่องเขตแดน และแม้ว่าทั้งสองประเทศจะสามารถเจรจากันในเรื่องการกำหนดเขตแดนทางทะเลร่วมกันไปแล้ว แต่ปัจจุบัน ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศได้กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เมื่อมีข่าวการปฏิบัติโดยมิชอบต่อชาวแคเมอรูนในอิเควทอเรียลกินี ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนสูงและมักเป็นสาเหตุของความตึงเครียดในความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ อย่างไรก็ดี อิเควทอเรียลกินีและแคเมอรูนมีนโยบายที่สอดคล้องกันในด้านอุตสาหกรรมพลังงานและการส่งเสริมการรวมกลุ่มในภูมิภาค
3.5 ทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ของอิเควทอเรียลกินีเป็นสิ่งดึงดูดให้นานาประเทศสนใจส่งเสริมความสัมพันธ์กับอิเควทอเรียลกินี เช่นเดียวกับในประเทศแอฟริกันอื่นๆ จีนได้เข้ามาบทบาททางเศรษฐกิจมากขึ้นในอิเควทอเรียลกินี ในขณะที่บริษัทอเมริกันยังคงเป็นผู้ลงทุนหลักในอุตสาหกรรมไฮโดรคาร์บอนของประเทศ
ข้อมูลเศรษฐกิจ/การค้า
สถิติที่สำคัญ ไทย-อิเควทอเรียลกินี (2553)
ความสัมพันธ์ทั่วไป
1. การทูต
ไทยและอิเควทอเรียลกินีสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2534 โดยไทยมอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูจา มีเขตอาณาครอบคลุมอิเควทอเรียลกินี ในขณะที่อิเควทอเรียลกินีมอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตอิเควทอเรียลกินี ณ กรุงปักกิ่ง มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทย ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับอิเควทอเรียลกินียังห่างเหิน ไม่ปรากฏการแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับสูงระหว่างกัน
2. เศรษฐกิจ
ในปี 2553 ไทยและอิเควทอเรียลกินีมีมูลค่าการค้ารวม 3.93 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยเป็นฝ่ายส่งออกและได้ดุลการค้าทั้งสิ้น และไม่ปรากฏข้อมูลการนำเข้าจากอิเควทอเรียลกินี สินค้าส่งออกของไทยไปยังอิเควทอเรียลกินี ได้แก่ ข้าว ผลไม้กระป๋องและอาหารแปรรูป
- ความตกลงที่สำคัญๆ กับไทย
ยังไม่มีการทำความตกลงใดๆ ระหว่างกัน
- การเยือนที่สำคัญ
ไม่ปรากฏข้อมูลการเยือนระหว่างไทยกับอิเควทอเรียลกินี
สถานะเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2553
Republic of Equatorial Guinea
| ข้อมูลทั่วไป
ตั้งอยู่บริเวณเส้นศูนย์สูตร ตอนกลางของทวีปแอฟริกา ทิศเหนือ ติดกับแคเมอรูน ทิศตะวันออกและทิศใต้ ติดกับกาบอง ทิศตะวันตก ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก บริเวณอ่าวกินี |
พื้นที่ 28,051 ตร.กม. (ใหญ่กว่าเชียงใหม่ประมาณ 1.5 เท่า)
เมืองหลวง กรุงมาลาโบ (Malabo)
ประชากร 1.31 ล้านคน (2553)
ภูมิอากาศ อากาศร้อนชื้น ฝนตกชุก ปริมาณน้ำฝนโดยเฉลี่ยกว่า 2,000 มิลลิเมตร
อุณหภูมิ โดยเฉลี่ย 25 องศาเซลเซียส
ภาษาราชการ สเปน และฝรั่งเศส
ศาสนา คริสต์ (โรมันคาทอลิก) และความเชื่อดั้งเดิม
วันชาติ 12 ตุลาคม
ระบอบการปกครอง แบบสาธารณรัฐ ประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐ และนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือนาย Teodoro Obiang Nguema Mbasogo
ประธานาธิบดี นายทีโอโดโร โอเบียง งูมา มบาโซโก (Teodoro Obiang Nguema Mbasogo)
นายกรัฐมนตรี นายอิกนาซิโอ มิลาม ตาง (Ignacio Milam Tang)
รมว.กต. นายปาสเตอร์ มิชา ออนโด บิเล่ (Pastor Micha Ondo Bile)
เว็บไซต์ทางการ http://guinea-equatorial.com
ประวัติโดยสังเขป
อิเควทอเรียลกินีเคยอยู่ภายใต้การปกครองของโปรตุเกส และตกเป็นอาณานิคมของสเปนเป็นเวลาถึง 190 ปี ตั้งแต่ปี 2321 จนได้รับเอกราชเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2511 โดยมีนาย Macias Nguema ดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีคนแรกและเป็นผู้สถาปนาระบบการปกครองแบบพรรค เดียวในปี 2513
ภายใต้ระบบการปกครองเผด็จการของประธานาธิบดี ประชาชนกว่า 1 ใน 3 ของประเทศถูกสังหารหรือหนีออกนอกประเทศ จนเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2515 นาย Macias Nguema ได้สถาปนาตนเองเป็นประธานาธิบดีตลอดกาล (President-for-Life) แต่ต่อมา ได้ถูกโค่นล้มโดยรัฐประหารในเดือนสิงหาคม 2522 ภายใต้การนำของพันเอก Teodoro Obiang Nguema Mbasogo รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นหลานชายของนาย Macias Nguema จากนั้น คณะนายทหารจึงเป็นองค์กรทางการเมืองที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการบริหารปกครอง ประเทศ
รัฐธรรมนูญ ฉบับวันที่ 12 ตุลาคม 2525 เปิดโอกาสให้มีการจัดตั้งพรรคฝ่ายค้านที่ถูกต้องตามกฎหมาย หลังจากนั้น ในปี 2534 ประธานาธิบดี Obiang ได้สถาปนาระบบการเมืองหลายพรรคขึ้น โดยจัดให้มีการเลือกตั้งแบบหลายพรรคขึ้นครั้งแรกในปี 2539 อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติแล้ว พรรค Partido Democratico de Guinea Ecuatorial (PDGE) ของนาย Obiang ยังคงเป็นพรรคการเมืองที่ถือครองเสียงข้างมากเพียงพรรคเดียว และมักมีรายงานข่าวเกี่ยวกับการจำกัดคู่แข่งทางการเมืองและความไม่โปร่งใสใน การเลือกตั้งเสมอๆ
นโยบายรัฐบาลชุดปัจจุบัน
1. การเมืองการปกครอง
1.1 อิเควทอเรียลกินีมีการปกครองแบบสาธารณรัฐ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้รับความเห็นชอบโดยการลงประชามติ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2534 และแก้ไขเพิ่มเติมเมื่อเดือนมกราคม 2538 ซึ่งเป็นการเริ่มต้นของระบอบประชาธิปไตยที่มีพรรคการเมืองหลายพรรค และนำไปสู่การจัดตั้งสภาผู้แทนราษฎร
1.2 ประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้งโดยตรง อยู่ในตำแหน่งคราวละ 7 ปี มีอำนาจในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อบริหารประเทศ คนปัจจุบันคือ นาย Teodoro Obiang Nguema Mbasogo ดำรงตำแหน่งเป็นเวลายาวนานถึง 30 ปีแล้ว และคาดว่าจะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งต่อไปในเดือนธันวาคม 2552
1.3 สภาผู้แทนราษฎร (Camara de Representantes del Pueblo) ประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 100 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรง และมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี ฝ่ายตุลาการ ประกอบไปด้วยศาลสูง (Supreme Tribunal) และศาลอื่นๆ อีก 3 ประเภท คือ ศาลแพ่ง ศาลอาญาและศาลปกครอง
1.4 ประธานาธิบดี Obiang ได้ยุบสภาเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2551 เพื่อเปิดโอกาสให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเดือนพฤษภาคมปีเดียวกัน ซึ่งพรรค PDGE ของประธานาธิบดีได้รับการเลือกตั้งเข้าสภาถึง 99 ที่นั่ง นายกรัฐมนตรี Ignacio Milan Tang เข้าดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2551 มีรองนายกรัฐมนตรี 3 ตำแหน่ง และคณะรัฐมนตรีประกอบด้วยสมาชิก 42 คน
1.5 เนื่องจากเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศที่มีประธานาธิบดีทำหน้าที่บริหารประเทศมาเป็นระยะเวลานาน นโยบายของรัฐบาลอิเควทอเรียลกินีจึงมิได้มีการเปลี่ยนแปลงมากนักในช่วงที่ผ่านมา โดยยังคงให้ความสำคัญกับการมุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และการกระจายรายได้เพื่อลดช่องว่างทางเศรษฐกิจของประชาชนในประเทศ
2. เศรษฐกิจ
2.1 การค้นพบแหล่งสำรองน้ำมันขนาดใหญ่และมีการนำมาใช้ประโยชน์ได้ส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของอิเควทอเรียลกินีอย่างมาก ในปัจจุบัน อิเควทอเรียลกินีมีระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพิงรายได้จากการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ มีอัตราปริมาณการผลิตน้ำมันประมาณ 4 แสนบาร์เรลต่อวัน รายได้จากภาคอุตสาหกรรมน้ำมันคิดเป็นสัดส่วนถึง 82% ของ GDP ในปี 2550 โดยมีสหรัฐอเมริกาเป็นตลาดส่งออกน้ำมันรายใหญ่ (30% ของการส่งออกน้ำมันในปี 2551) ด้วยเหตุนี้ เศรษฐกิจของประเทศจึงได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก และมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจ
2.2 ภาคเกษตรกรรมซึ่งเคยเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจก่อนการค้นพบแหล่งสำรองน้ำมันขนาดใหญ่ในช่วงปี 2533-2535 ทำรายได้ให้ประเทศน้อยกว่า 2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ รัฐบาลอิเควทอเรียลกินีใช้ความพยายามอย่างยิ่งในการฟื้นฟูภาคเกษตรกรรมเพื่อลดการพึ่งพิงรายได้จากการส่งออกน้ำมัน โดยมีนโยบายให้ความสนับสนุนและช่วยเหลือบริษัทผู้ประกอบการต่างๆ ในประเทศในการลงทุนทางการเกษตร เนื่องจากปัจจุบัน อิเควทอเรียลกินีต้องพึ่งพาการนำเข้าอาหารเพื่อใช้ในการบริโภคในประเทศ
2.3 นับตั้งแต่ปี 2536 ธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศได้ยุติโครงการให้ความช่วยเหลือแก่อิเควทอเรียลกินีหลายโครงการ เนื่องจากการฉ้อราษฎร์บังหลวงและการบริหารงานผิดพลาดของรัฐบาล
2.4 นโยบายการเงินของอิเควทอเรียลกินีถูกกำหนดโดยธนาคารแห่งรัฐในภูมิภาคแอฟริกากลาง (Banque des Etats de l'Afrique centrale หรือ BEAC) ซึ่งปัจจุบันให้ความสำคัญกับการคุมระดับอัตราเงินเฟ้อและรักษาการตรึงค่าเงิน CFA franc ไว้กับเงินสกุลยูโร (655.96 CFAfr เท่ากับ 1 ยูโร)
2.5 สำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลอิเควทอเรียลกินีพยายามแก้ไขปัญหาไฟฟ้าดับโดยการเพิ่มกำลังการผลิตและพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าที่มีอยู่ ในปี 2551 อัตราการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 20% ตามรายงานของบริษัท SEGESA ซึ่งดูแลการผลิตพลังงานไฟฟ้าในประเทศ สำหรับภาคอุตสาหกรรมการก่อสร้างแม้ว่าจะประสบปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ แต่ก็ยังคงมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน เนื่องจากภาครัฐมีโครงการพัฒนากรุงมาลาโบ ทั้งโครงการก่อสร้างอาคารเคหะสถานในกรุงมาลาโบ และการเชื่อมโยงเครือข่ายถนนต่างๆ
2.6 ประเทศคู่ค้าที่สำคัญของอิเควทอเรียลกินี ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน สเปน ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร โดยตลาดสินค้าส่งออกที่สำคัญของประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา (สัดส่วน 24.3%) สเปน (19.5%) จีน (16.3%) และฝรั่งเศส (8.5%) ในขณะที่อิเควทอเรียลนำเข้าสินค้าจากตลาดหลากหลาย
3. นโยบายต่างประเทศ
3.1 อิเควทอเรียลกินีมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสเปนทั้งทางด้านการค้า ภาษา และประวัติศาสตร์ อย่างไรก็ตาม การที่สเปนวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอิเควทอเรียลกินีในเรื่องสิทธิมนุษยชนในระยะหลังได้ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศในระดับหนึ่ง
3.2 ที่ผ่านมา รัฐบาลของประธานาธิบดี Obiang ได้พยายามสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับฝรั่งเศส และเข้าร่วมในเขตเศรษฐกิจที่ใช้เงินฟรังก์ (Franc Zone) และกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส (Francophonie) ในปี 2528 ทั้งยังได้กำหนดให้ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาราชการของประเทศในปี 2541
3.3 อิเควทอเรียลกินีมีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับไนจีเรียและแองโกลาซึ่งเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในด้านความมั่นคงในภูมิภาค ล่าสุดในเดือนกันยายน 2552 ได้มีการฝึกปฏิบัติการป้องกันน่านน้ำร่วมกันระหว่างอิเควทอเรียลกินี กาบอง แคเมอรูนและเซาตูเมและปรินซิปี อย่างไรก็ตาม อิเควทอเรียลกินียังมีประเด็นข้อพิพาทเรื่องดินแดนกับกาบอง และการแบ่งเขตแดนทางทะเลกับไนจีเรียในบริเวณที่เป็นแหล่งทรัพยากรน้ำมัน
3.4 อิเควทอเรียลกินีและแคเมอรูนมีความขัดแย้งกันในเรื่องเขตแดน และแม้ว่าทั้งสองประเทศจะสามารถเจรจากันในเรื่องการกำหนดเขตแดนทางทะเลร่วมกันไปแล้ว แต่ปัจจุบัน ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศได้กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เมื่อมีข่าวการปฏิบัติโดยมิชอบต่อชาวแคเมอรูนในอิเควทอเรียลกินี ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนสูงและมักเป็นสาเหตุของความตึงเครียดในความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ อย่างไรก็ดี อิเควทอเรียลกินีและแคเมอรูนมีนโยบายที่สอดคล้องกันในด้านอุตสาหกรรมพลังงานและการส่งเสริมการรวมกลุ่มในภูมิภาค
3.5 ทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ของอิเควทอเรียลกินีเป็นสิ่งดึงดูดให้นานาประเทศสนใจส่งเสริมความสัมพันธ์กับอิเควทอเรียลกินี เช่นเดียวกับในประเทศแอฟริกันอื่นๆ จีนได้เข้ามาบทบาททางเศรษฐกิจมากขึ้นในอิเควทอเรียลกินี ในขณะที่บริษัทอเมริกันยังคงเป็นผู้ลงทุนหลักในอุตสาหกรรมไฮโดรคาร์บอนของประเทศ
ข้อมูลเศรษฐกิจ/การค้า
| ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ | 12.84 พันล้าน USD (ไทย: 317.8 พันล้าน USD) |
| รายได้ประชาชาติต่อหัว | 9,780.34 USD (ไทย: 4,719.8 USD) |
| การขยายตัวทางเศรษฐกิจ | ร้อยละ 1.9 (ไทย: ร้อยละ 7.8) |
| อัตราเงินเฟ้อ | ร้อยละ 4.85 (ไทย: ร้อยละ 3.3) |
| เงินทุนสำรอง | 2.33 พันล้าน USD (ไทย: 185.6 พันล้าน USD) |
| อุตสาหกรรมที่สำคัญ | ปิโตรเลียม ประมง เลื่อยไม้ ก๊าซธรรมชาติ |
| ทรัพยากรธรรมชาติ
| ปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ ป่าไม้ ทอง บ๊อกไซต์ เพชร แทนทาลัม ทรายและกรวด ดิน
|
| สินค้าส่งออกที่สำคัญ | ปิโตรเลียม เมทิลแอลกอฮอล์ ไม้ซุง โกโก้ |
| สินค้านำเข้าที่สำคัญ | อุปกรณ์ภาคอุตสาหกรรมปิโตรเลียม อุปกรณ์อื่นๆ |
| ประเทศคู่ค้าที่สำคัญ | ส่งออกไป สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น สเปน เกาหลีใต้ ไต้หวัน อิตาลี เนเธอร์แลนด์
|
| นำเข้าจาก จีน สหรัฐอเมริกา สเปน ฝรั่งเศส โกตดิวัวร์ อิตาลี | |
| หน่วยเงินตรา | ฟรังก์เซฟา(CFA franc) (1 บาท = 15.07 ฟรังก์เซฟา) (สถานะ ณ วันที่ 20 มิ.ย. 54) |
สถิติที่สำคัญ ไทย-อิเควทอเรียลกินี (2553)
| มูลค่าการค้าไทย
-อิเควทอเรียลกินี | 3.93 ล้าน USD (ไทยส่งออก 3.93 ล้าน USD และไม่ปรากฏข้อมูลการนำเข้า ไทยได้ดุลการค้า 3.93 ล้าน USD) |
| สินค้าส่งออกของไทย | ข้าว ผลไม้กระป๋องและแปรรูป |
| สินค้านำเข้าจาก
อิเควทอเรียลกินี | ไม่ปรากฏข้อมูลการนำเข้า |
| การลงทุน | ไม่ปรากฏข้อมูลการลงทุนระหว่างกัน |
| การท่องเที่ยว | ชาวอิเควทอเรียลกินีมาไทย 3 คน (2553) |
| คนไทยในอิเควทอเรียลกินี | ไม่ปรากฏข้อมูล |
| การตรวจลงตรา | ขอรับการตรวจลงตราตามปกติได้ที่สถานเอกอัครราชทูตอิเควทอเรียลกินีประจำจีน |
| สำนักงานของไทยที่ดูแล
อิเควทอเรียลกินี | สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูจา |
| สำนักงานของอิเควทอเรียลกินีที่ดูแลไทย | สถานเอกอัครราชทูตอิเควทอเรียลกินีประจำจีน |
ความสัมพันธ์ทั่วไป
1. การทูต
ไทยและอิเควทอเรียลกินีสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2534 โดยไทยมอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูจา มีเขตอาณาครอบคลุมอิเควทอเรียลกินี ในขณะที่อิเควทอเรียลกินีมอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตอิเควทอเรียลกินี ณ กรุงปักกิ่ง มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทย ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับอิเควทอเรียลกินียังห่างเหิน ไม่ปรากฏการแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับสูงระหว่างกัน
2. เศรษฐกิจ
ในปี 2553 ไทยและอิเควทอเรียลกินีมีมูลค่าการค้ารวม 3.93 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยเป็นฝ่ายส่งออกและได้ดุลการค้าทั้งสิ้น และไม่ปรากฏข้อมูลการนำเข้าจากอิเควทอเรียลกินี สินค้าส่งออกของไทยไปยังอิเควทอเรียลกินี ได้แก่ ข้าว ผลไม้กระป๋องและอาหารแปรรูป
- ความตกลงที่สำคัญๆ กับไทย
ยังไม่มีการทำความตกลงใดๆ ระหว่างกัน
- การเยือนที่สำคัญ
ไม่ปรากฏข้อมูลการเยือนระหว่างไทยกับอิเควทอเรียลกินี
สถานะเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2553
