รายชื่อประเทศในทวีปแอฟริกา
 กานา
 กาบอง
 กินี
 กินีบิสเซา
 แกมเบีย
 โกตดิวัวร์
 คองโก
 คอโมโรส
 เคนยา
 เคปเวิร์ด
 แคเมอรูน
 จิบูตี
 ชาด
 ซิมบับเว
 ซูดาน
เซาท์ซูดาน
 เซเชลล์
 เซเนกัล
 เซาตูเมและปรินซิปี
 เซียร์รา ลีโอน
 แซมเบีย
 โซมาเลีย
 ตูนีเซีย
 โตโก
 แทนซาเนีย
 นามิเบีย
 ไนจีเรีย
 ไนเจอร์
 บอตสวานา
 บุรุนดี
 บูร์กินาฟาโซ
 เบนิน
 มอริเชียส
 มอริเตเนีย
 มาดากัสการ์
 มาลาวี
 มาลี
 โมซัมบิก
 โมร็อกโก
 ยูกันดา
 รวันดา
 ลิเบีย
 เลโซโท
 ไลบีเรีย
 สวาซิแลนด์
 สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก
 อิเควทอเรียลกินี
 อียิปต์
 เอธิโอเปีย
 เอริเทรีย
 แองโกลา
 แอฟริกากลาง
 แอฟริกาใต้
 แอลจีเรีย



Back to Top

Visitors
hit counter script
สาธารณรัฐบูร์กินาฟาโซ
The Republic of Burkina Faso




(คลิกเพื่อดูรูปขยาดใหญ่)
ข้อมูลทั่วไป
เดิมมีชื่อว่าสาธารณรัฐอัปเปอร์โวลต้า
(the Republic of Upper Volta)
ที่ตั้ง ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกของทวีปแอฟริกา ทางตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา
ทิศเหนือและทิศตะวันตก ติดกับประเทศมาลี
ทิศใต้ ติดกับประเทศเบนิน โตโก กานา และ โกตดิวัวร์ (ไม่มีทางออกสู่ทะเล)
ทิศตะวันออก ติดกับประเทศไนเจอร์และเบนิน

พื้นที่
274,200 ตารางกิโลเมตร (มีขนาดประมาณครึ่งหนึ่งของไทย)

เมืองหลวง กรุงวากาดูกู (Ouagadougouo)

ประชากร 14.69 ล้านคน (2552)

ภูมิอากาศ บูร์กินาฟาโซมีภูมิอากาศร้อนและแห้งแล้ง จะมีฝนตกชุกในช่วงเดือนมิถุนายนถึงตุลาคม โดยเฉพาะทางภาคใต้ของประเทศ ในขณะที่ทาง ตอนเหนือ ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทะเลทราย จะมีฝนไม่มากนัก ส่วนฤดูแล้งจะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม อุณหภูมิเฉลี่ยระหว่าง 14-35 องศาเซลเซียส

ภาษา ฝรั่งเศส

เชื้อชาติ Mossi over ร้อยละ 40%, อื่น ๆ โดยประมาณ ร้อยละ 60% ได้แก่(includes Gurunsi, Senufo, Lobi, Bobo, Mande, and Fulani)

ศาสนา อิสลาม 50% ความเชื่อดั้งเดิม 40% คริสต์ (ส่วนใหญ่โรมันคาทอลิก) 10%

วันชาติ 11 ธันวาคม

ประธานาธิบดี นายบราอิเซ คอมปาโอเล (Blaise Compaore)

นายกรัฐมนตรี นายเบอยง ลุค อะดอล์ฟ ติโอ (Beyon Luc Adolphe Tiao)

รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ นายอีแปน จีบริล บาซโซเล่ (ฺYipene Djibril Bassolet)

เว็บไซต์ทางการ www.gouvernement.gov.bf

ระบอบการปกครอง สาธารณรัฐภายใต้ระบบรัฐสภา โดยมีประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งเป็นประมุขแห่งรัฐ มีวาระ 5 ปี สามารถอยู่ในตำแหน่งได้ 2 สมัย ปัจจุบันนาย Blaise Compaore ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2530 (ได้รับการเลือกตั้งซ้ำในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2548) ฝ่ายบริหาร นายกรัฐมนตรีมาจากการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีและได้รับการรับรองจากฝ่าย นิติบัญญัติ ปัจจุบันนาย Tertius Zongo ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่ 4 มิถุนายน 2550 ฝ่ายนิติบัญญัติ รัฐสภาหรือสมัชชาแห่งชาติ จำนวน 111 ที่นั่ง มาจากการเลือกตั้ง มีวาระ 5 ปี เลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2550 ฝ่ายตุลาการ ประกอบด้วยศาลฎีกาและศาลอุทธรณ์

1.การเมืองการปกครอง
1.1 บูร์กินาฟาโซ เดิมใช้ชื่อว่า สาธารณรัฐอัปเปอร์โวลต้า (The Republic of Upper Volta)เคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณานิคมแอฟริกาตะวันตกของฝรั่งเศส ได้รับสิทธิในการปกครองตนเองภายใต้อาณัติของฝรั่งเศสในเดือนธันวาคม 2501 และได้รับเอกราชโดยสมบูรณ์ในวันที่ 5 สิงหาคม 2503

1.2 นับแต่ได้รับเอกราชเมื่อปี 2503 บูร์กินาฟาโซต้องประสบกับความขัดแย้งทางการเมืองและระบบการปกครองหลายรูปแบบอันเป็นสาเหตุหลักที่หน่วงเหนี่ยวการพัฒนาประเทศ การปฏิวัติเมื่อปี 2530 ได้ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในระยะสิบปีที่ผ่านมาการเมืองภายในภายในบูร์กินาฟาโซค่อนข้างมี เสถียรภาพ โดยมีผลมาจากการเลือกตั้งประธานาธิบดี และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบอบประชาธิปไตย และการเปิดให้มีพรรคการเมืองหลายพรรคเข้าร่วมในกิจกรรมทางการเมือง สภาวะดังกล่าวได้ส่งผลไปสู่การพัฒนาทางเศรษฐกิจซึ่งมีอัตราการเจริญเติบโต ทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บูร์กินาฟาโซจึงมีความโดดเด่นขึ้นในภูมิภาคและเวทีระหว่างประเทศ ซึ่งนักลงทุนได้เล็งเห็นถึงศักยภาพในการขยายตัวทางเศรษฐกิจและโอกาสในการ แสวงหาลู่ทางการลงทุนในบูร์กินาฟาโซ

1.3 กลไกในการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มชนเผ่าต่างๆ เป็นตัวแปรสำคัญต่อความสงบเรียบร้อยของประเทศ และมีส่วนส่งเสริมความปรองดองในบูร์กินาฟาโซเป็นอย่างมาก ภายหลังประธานาธิบดี Thomas Sankara ถูกลอบสังหารในปี 2530 ประธานาธิบดี Blaise Compaore ซึ่งสืบทอดอำนาจต่อจากประธานาธิบดี Sankara ได้อาศัยฐานคะแนนเสียงสนับสนุนจากเครือข่ายกลุ่มชนเผ่าต่างๆ และสามารถดับชนวนความขัดแย้งก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ไม่สงบอันนำไปสู่ วิกฤตการณ์ทางการเมือง นอกจากนี้ การที่รัฐบาลมีเสียงข้างมากอย่างท่วมท้น ทำให้การดำเนินนโยบายต่างๆ เป็นไปอย่างราบรื่นและส่งผลให้มีความต่อเนื่องยิ่งขึ้น อำนาจของประธานาธิบดี Compaore จึงขึ้นอยู่กับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ แต่ทั้งนี้จะต้องคงดุลยภาพทางสังคมระหว่างกลุ่มชนเผ่าพันธ์ต่างๆ เพื่อมิให้เกิดความขัดแย้ง อันอาจนำไปสู่วิกฤตการณ์ทางการเมืองได้อีก

1.4 ในปี 2543 มีการเปลี่ยนรัฐธรรมนูญจากเดิมประธานาธิบดีสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ 7 ปี ลดลงเหลือเพียง 5 ปี รวมทั้งมีการกำหนดให้ประธานาธิบดีสามารถดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 วาระ อย่างไรก็ตาม ในปี 2548 ประธานาธิบดี Compaore ได้ประกาศตนลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีและได้รับเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 3 ทั้งนี้ ฝ่ายสนับสนุนของนาย Compaore อ้างว่า ขณะที่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญนาย Compaore ยังคงดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอยู่ ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงกฎนี้จึงไม่มีผลบังคับใช้ จนกว่านาย Compaore จะหมดจากอำนาจในปี 2553

1.5 เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2550 มีการจัดการเลือกตั้งทั่วไปของบูร์กินาฟาโซ ในการเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งสูงมากถึงร้อยละ 56.4 โดยพรรค Congres pour la Democratie et le Progress - CDP ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลได้รับเสียงข้างมากถึงร้อยละ 58.9 และหลังจากการเลือกตั้งครั้งนี้ ได้มีการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ โดยนาย Blaise Compaore ประธานาธิบดีบูร์กินาฟาโซ ได้ประกาศแต่งตั้งนาย Tertius Zongo ซึ่งเคยเป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยกระทรวงเศรษฐกิจ การเงินและแผนงาน ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทนนาย Paramanga Ernest Yonli และได้แต่งตั้งนาย Djibrill Yipene Bassole อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคง ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แทนนาย Youssouf Ouedraogo อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2551 ได้มีการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหญ่ตามข้อเสนอของนาย Tertius Zongo นายกรัฐมนตรี โดยนาย Alain Bedouma YODA ได้รับแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือ ระหว่างภูมิภาคแทนนาย Djibrill Yipene Bassole ที่ไม่ติดอยู่ในโผคณะรัฐมนตรีชุดใหม่

2. เศรษฐกิจและสังคม
2.1 บูร์กินาฟาโซเป็นประเทศยากจนลำดับต้นๆ ตามการจัดลำดับของสหประชาชาติ โดยประชากรกว่าร้อยละ 77 ไม่มีอาชีพ และร้อยละ 46.4 มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ (poverty line) ที่กำหนดไว้โดยสหประชาชาติ บูร์กินาฟาโซยังประสบปัญหาขาดแคลนอาหารเนื่องจากภัยแล้ง ความเสื่อมของดินซึ่งกำลังแปรสภาพเป็นทะเลทราย (Desertification) การขาดแคลนน้ำ ไม่มีทางออกทางทะเล

นอกจากนี้ ยังเผชิญกับปัญหาด้านความมั่นคงมนุษย์ (human security) เช่น อัตราความไม่รู้หนังสือของประชาชนที่มีสูงถึงร้อยละ 78 และประชากรมีอายุเฉลี่ยเพียง 52 ปี เนื่องจากประสบปัญหาโรคระบาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคเอดส์และมาลาเรีย รัฐบาลจึงให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาสังคมโดยเน้นด้านการศึกษาและการ สาธารณสุขขั้นพื้นฐาน

2.2 บูร์กินาฟาโซมีทรัพยากรธรรมชาติประเภทแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์ แหล่งแร่ธาตุในบูร์กินาฟาโซครอบคลุมพื้นที่ 22% ของพื้นที่ประเทศทั้งหมด อย่างไรก็ตาม การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติดังกล่าวมิได้เป็นไปอย่างเต็มที่ เนื่องจากยังไม่มีการพัฒนากิจการเหมืองแร่อย่างจริงจัง การสำรวจแหล่งแร่ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นและส่วนใหญ่ยังมิได้มีการขุดเจาะ

2.3 บูร์กินาฟาโซเป็นประเทศที่มีการพัฒนาเศรษฐกิจแบบพึ่งพา โดยต้องอาศัยความช่วยเหลือจากต่างประเทศมาโดยตลอด นอกจากนี้ บูร์กินาฟาโซยังได้รับผลกระทบจากการลดค่าเงินฟรังก์เซฟา (Franc CFA) ของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก เมื่อปี พ.ศ. 2537 ภายใต้นโยบายการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจตามคำแนะนำของกองทุนการเงินระหว่าง ประเทศและธนาคารโลก ซึ่งมีผลทำให้ บูร์กินาฟาโซต้องขาดดุลการชำระเงินเป็นจำนวนมากในการสั่งสินค้าเข้า อย่างไรก็ดี บูร์กินาฟาโซประสบความสำเร็จระดับหนึ่งในการดำเนินนโยบายปรับโครงสร้างทาง เศรษฐกิจ อันนำมาซึ่งความไว้วางใจจากกลุ่มประเทศผู้ให้ความช่วยเหลือ ทำให้บูร์กินาฟาโซได้รับความช่วยเหลือจากองค์กรเหล่านั้นในการปฏิรูป เศรษฐกิจเพื่อทำให้ระบบเศรษฐกิจ และสินค้ามีความสามารถในการแข่งขันกับกลไก ราคาในตลาดโลกได้

2.4 รากฐานทางเศรษฐกิจของบูร์กินาฟาโซขึ้นอยู่กับการส่งออกสินค้าเกษตรและวัตถุดิบซึ่งมีจำนวนจำกัด อย่างไรก็ดี มูลค่าส่วนใหญ่ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติมาจากรายได้ด้านบริการ การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องของบูร์กินาฟาโซ เป็นผลจากการลงทุนทั้งในภาครัฐและเอกชน กับเสถียรภาพทางการเมืองภายในประเทศ และการปฏิบัติตามแผนปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจซึ่งเริ่มใช้เมื่อห้าปีที่ แล้ว ตลอดจนการลดค่าเงินฟรังก์เซฟาเมื่อปี 2537 ได้ทำให้เงินทุนต่างชาติไหลเข้ามาในประเทศมากขึ้น

2.5 อย่างไรก็ตาม บูร์กินาฟาโซยังขาดความพร้อมในการรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในการลงทุน ดังนั้น นักลงทุนที่เข้าไปส่วนใหญ่จึงมุ่งไปที่โครงการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน อันเป็นปัจจัยหลักในการพัฒนาประเทศ โดยในระยะยาวรัฐบาลจะต้องเร่งลดการขาดดุลทางการค้า และหามาตรการรักษาระดับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจให้ต่อเนื่อง เพื่อเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนมิใช่เป็นการเข้ามาตักตวงผลประโยชน์ในช่วงระยะ สั้นๆ ของนักลงทุนต่างชาติ

2.6 ภายใต้การนำของรัฐบาลนาย Blaise Compaore บูร์กินาฟาโซ ได้ออกมาตรการรองรับการลงทุน โดยมีการทบทวน ปรับปรุง แก้ไขกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน ศุลกากร เหมืองแร่ และแรงงาน เพื่อเป็นหลักประกันให้แก่ผู้ลงทุนมากขึ้น โดยเฉพาะการที่จะต้องรองรับระบบเศรษฐกิจที่มีความซับซ้อนมากขึ้น รวมทั้งการกระจายอำนาจการบริหารสู่ภูมิภาคเพื่อให้หน่วยงานราชการมีอำนาจ บริหารอิสระมากขึ้น

3. นโยบายต่างประเทศ
3.1 บูร์กินาฟาโซมีความสัมพันธ์ที่ดีเยี่ยมกับประเทศผู้ ให้ความช่วยเหลือ อาทิ กลุ่มประเทศในยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศฝรั่งเศส และกลุ่มประเทศ EU ลิเบียและไต้หวัน (บูร์กินาฟาโซเป็น 1 ใน 4 ประเทศในแอฟริกาที่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน)

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้พยายามผลักดันบูร์กินาฟาโซให้เป็นสถานที่จัดประชุมนานาชาติของ ภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก เช่น ในปี 2547 ได้เป็นเจ้าภาพจัดประชุมสหภาพแอฟริกา (African Union) และการประชุมกลุ่มประเทศผู้ใช้ภาษาฝรั่งเศส (Francophonie Summit) อีกทั้งพยายามผลักดันบูร์กินาฟาโซให้เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของภูมิภาค แอฟริกา โดยมีการจัดงานวัฒนธรรม และงานศิลปะนานาชาติ งานที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในภูมิภาคแอฟริกา ได้แก่ งาน Pan-African Cinema and Television Festival of Ouagadougou (FESPACO) ซึ่งเป็นเทศกาลภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาคแอฟริกาจัดเป็นประจำทุกปี และงาน International Arts and Crafts Show of Ouagadougou (SIAO) ซึ่งเป็นงานแสดงศิลปะหัตถกรรมที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกา โดยกำหนดให้มีการจัดงานปีเว้นปี

3.2 ประธานาธิบดี Blaise Compaore มีบทบาทสำคัญในการไกล่เกลี่ยระหว่างรัฐบาลโกตดิวัวร์ กับกลุ่มกบฎติดกำลัง เป็นผลให้ทั้งสองฝ่ายสามารถลงนามสัญญาสันติภาพฉบับใหม่ได้ในเดือนมีนาคม 2550 ณ กรุงวากาดูกู

3.3 บูร์กินาฟาโซมีความตื่นตัวและให้ความสำคัญกับบทบาทของประเทศบนเวทีระหว่างประเทศ ประธานาธิบดี Blaise Compaore ดำรงตำแหน่งประธานประชาคมเศรษฐกิจของรัฐแอฟริกาตะวันตก (ECOWAS) ตั้งแต่ปี 2549 - ปัจจุบัน โดยเป็นการเข้ารับตำแหน่งเป็นครั้งที่ 2 (ครั้งแรกเมื่อปี 2533) และล่าสุด บูร์กินาฟาโซได้รับการเลือกตั้งให้เป็นสมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคง แห่งสหประชาชาติ สำหรับวาระปี 2551 - 2552

ข้อมูลเศรษฐกิจ / การค้า

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ 8.3 พันล้าน USD (ไทย: 317.8 พันล้าน USD)
รายได้ประชาชาติต่อหัว 565.33 USD (ไทย: 4,719.8 USD)
การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ร้อยละ 7.9 (ไทย: ร้อยละ 7.8)
อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ 1.97 (ไทย: ร้อยละ 3.3)
อัตราการว่างงาน ไม่ปรากฎข้อมูล
เงินทุนสำรอง 1.01 พันล้าน USD (ไทย: 185.6 พันล้าน USD)
อุตสาหกรรมที่สำคัญ ผ้าฝ้ายสำหรับพันแผล เครื่องดื่ม แปรรูปเกษตรกรรม สบู่ บุหรี่ สิ่งทอ ทอง
สินค้าส่งออกที่สำคัญ ฝ้าย ปศุสัตว์ ทอง
สินค้านำเข้าที่สำคัญ สินค้าที่ใช้เป็นทุน อาหาร ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม
ประเทศคู่ค้าที่สำคัญ ส่งออกไป สิงคโปร์ เบลเยี่ยม จีน กานา อินเดีย เดนมาร์ก ไนเจอร์ ไทย
นำเข้าจาก โกตดิวัวร์ ฝรั่งเศส โตโก
หน่วยเงินตรา ฟรังก์เซฟา(CFA Franc) (1 บาท=15.07 ฟรังก์เซฟา) (สถานะ ณ วันที่ 20 มิ.ย. 54)

สถิติที่สำคัญไทย-บูร์กินาฟาโซ (2552)

มูลค่าการค้าไทย-บูร์กินาฟาโซ42.08 ล้าน USD (ไทยส่งออก 8.90 ล้าน USD ไทยนำเข้า 33.18 ล้าน USD ไทยขาดดุลการค้า -24.28 ล้าน USD)
สินค้าส่งออกของไทยรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ ข้าว รถจักรยายและส่วนประกอบ
สินค้านำเข้าจาก
บูร์กินาฟาโซ
ด้ายและเส้นใย พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช
การลงทุนยังไม่ปรากฏข้อมูลการลงทุนระหว่างกัน
การท่องเที่ยวชาวบูร์กินาฟาโซมาไทย 276 คน (2553)
คนไทยใน
บูร์กินาฟาโซ
4 คน
การตรวจลงตราขอรับการตรวจลงตราตามปกติได้ที่ กรุงเทพฯ (สถานกงสุล)
สำนักงานของไทยในบูร์กินาฟาโซกรุงวากาดูกู (สถานกงสุล) (กงสุลกิตติมศักดิ์ไทยประจำบูร์กินาฟาโซ คือ นาย Mahamadi Savadogo )สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงดาการ์
สำนักงานของ
บูร์กินาฟาโซ
ในไทย
กรุงเทพฯ (สถานกงสุล) (กงสุลกิตติมศักดิ์บูร์กินาฟาโซประจำไทย คือ นายอนุศักดิ์ อินทรภูวศักดิ์) / สถานเอกอัครราชทูตบูร์กินาฟาโซประจำอินเดีย


1. ความสัมพันธ์ทั่วไป
1.1 ด้านการทูต
ไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับบูร์กินาฟาโซ เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2528 โดยมอบหมาย ให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงดาการ์ มีเขตอาณาทางการทูตครอบคลุมบูร์กินาฟาโซ และได้แต่งตั้งนาย Mahamadi Savadogo ดำรงตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์ไทย ประจำบูร์กินาฟาโซ ส่วนบูร์กินาฟาโซได้เคยมอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตบูร์กินาฟาโซประจำกรุง ปักกิ่งมีเขตอาณาครอบคลุมไทย แต่เมื่อปี พ.ศ. 2537 สาธารณรัฐประชาชนจีนได้ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับบูร์กินาฟาโซ เนื่องจากบูร์กินาฟาโซได้หันไปรับรองและสถาปนาความสัมพันธ์กับไต้หวัน ดังนั้น บูร์กินาฟาโซจึงได้ขอปรับเปลี่ยนเขตอาณาทางการทูตใหม่ โดยให้สถานเอกอัครราชทูตบูร์กินาฟาโซประจำประเทศอินเดียมีเขตอาณาครอบคลุม ไทย และได้แต่งตั้งนายอนุศักดิ์ อินทรภูวศักดิ์ ดำรงตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์บูร์กินาฟาโซ ประจำประเทศไทย

1.2 ด้านการเมือง
ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับบูร์กินาฟาโซ เป็นไปอย่างราบรื่นไม่มีปัญหาทางการเมืองต่อกัน บูร์กินาฟาโซได้ให้การสนับสนุนไทยในเวทีโลกมาโดยตลอด และไทยได้สนับสนุนบูร์กินาฟาโซในการลงสมัครตำแหน่งสมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรี ความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

1.3 ด้านเศรษฐกิจ
มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับบูร์กินาฟาโซอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่สูงนัก ที่ผ่านมาไทยเป็นฝ่ายเสียดุลการค้ามาโดยตลอด เนื่องจากไทยนำเข้าเส้นใยใช้ในการทอเป็นจำนวนมาก ในขณะที่บูร์กินาฟาโซนำเข้าสินค้าไทยเป็นมูลค่าไม่มากนัก ในปี 2551 การค้าระหว่างไทยกับบูร์กินาฟาโซ มีมูลค่า 2,085.01 ล้านบาท ไทยส่งออกไปยังบูร์กินาฟาโซ มูลค่า 337.90 ล้านบาท และนำเข้าจากบูร์กินาฟาโซ มูลค่า 1,747.10 ล้านบาทโดยไทยขาดดุลจำนวน 1,409.20 ล้านบาท

สินค้าที่ไทยส่งออกไปยังบูร์กินาฟาโซ 10 อันดับแรก ได้แก่
1. รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ
2. รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ
3. ผลิตภัณฑ์ยาง
4. เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์
5. เคหะสิ่งทอ
6. รถจักรยานและส่วนประกอบ
7. เสื้อผ้าสำเร็จรูป
8. หนังและผลิตภัณฑ์หนังฟอกและหนังอัด
9. กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ
10. ผลิตภัณฑ์พลาสติก

สำหรับสินค้าที่ไทยนำเข้าจากบูร์กินาฟาโซ มีเพียงด้ายและเส้นใยเป็นหลัก

1.4 ความสัมพันธ์ทางสังคมและวัฒนธรรม
ไทยมีความร่วมมือด้านวิชาการอย่างใกล้ชิดกับบูร์กินาฟาโซโดยไทยให้ทุนฝึกอบรมแก่บูร์กินาฟาโซภายใต้โครงการฝึกอบรมนานาชาติประจำปี (Annual International Training Course - AITC) มาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2552 สำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ ได้จัดการอบรม Malaria Prevention and Control ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 8 มิถุนายน - 3 กรกฎาคม 2552 แก่ผู้ได้รับทุนชาวเซเนกัล แกมเบีย มาลี และบูร์กินาฟาโซ และมีกำหนดจะจัดการอบรมครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 20 กรกฎาคม - 14 สิงหาคม 2552

นอกจากความร่วมมือทางวิชาการภายใต้กรอบทวิภาคีแล้ว ไทยอยู่ระหว่างดำเนินการประสานงานและหารือกับประเทศ และแหล่งผู้ให้อื่นๆ ที่มีความสนใจในภูมิภาคแอฟริกาเช่นเดียวกันเพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือใน กรอบไตรภาคี เช่น UNDP ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เป็นต้น

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงดาการ์ ได้จัดทำโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตยารักษาโรคมาลาเรีย และได้ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตยารักษาโรคมาลาเรีย และโรคเอดส์ไปที่ บูร์กินาฟาโซ เมื่อเดือนมิถุนายน และกรกฎาคม 2549 เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีดังกล่าวให้บูร์กินาฟาโซ

หลังจากเสร็จสิ้นโครงการฝ่ายบูร์กินาฟาโซได้เสนอร่างความตกลงด้านสาธารณสุข ให้ฝ่ายไทยพิจารณา ซึ่งขณะนี้ ได้แก้ไข และส่งร่างให้ฝ่ายบูร์กินาฟาโซแล้ว เมื่อเดือนสิงหาคม2550

2. ความตกลงที่สำคัญๆ กับไทย
บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการหารือและความร่วมมือ ระหว่างไทยกับบูร์กินาฟาโซ (ลงนามเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2547) ซึ่งขณะนี้ ฝ่ายบูร์กินาฟาโซได้ติดตามอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสนอให้มีการจัดการประชุม หารือทวิภาคีไทย-บูร์กินาฟาโซ (Political consultation) ภายใต้กรอบบันทึกความเข้าใจดังกล่าว โดยไทยยินดีที่จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมดังกล่าว ในระดับปลัดกระทรวงฯ อย่างไรก็ดี ขณะนี้กำลังรอประเด็นสำหรับการหารือในที่ประชุมจากฝ่ายบูร์กินาฟาโซ

3. การเยือนที่สำคัญ
3.1 ฝ่ายไทย
รัฐบาล
ระดับรัฐมนตรี
- วันที่ 27 - 29 มิถุนายน 2542
ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเดินทางไปร่วมการประชุม OIC ในฐานะผู้สังเกตการณ์ ที่กรุงวากาดูกู เมืองหลวงของบูร์กินาฟาโซ

- วันที่ 23 - 24 พฤศจิกายน 2547
ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางไปร่วมการประชุม Francophonie Summit ที่กรุงวากาดูกู

3.2 ฝ่ายบูร์กินาฟาโซ
ระดับรัฐบาล
- เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2536
นาย Thomas Sanon รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางแวะผ่านประเทศไทย ในการเดินทางจากฮ่องกงไปการาจี

- วันที่ 22 - 23 มิถุนายน 2543
นาย Youssouf Ouedraogo รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ

- วันที่ 19 - 22 กรกฎาคม 2547
นาย Youssouf Ouedraogo รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนไทยอย่างเป็นทางการอีกครั้งในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ

- วันที่ 18 พฤษภาคม 2547
นาย Blaise Compaore ประธานาธิบดี แวะผ่านประเทศไทยเพื่อเดินทางไปเข้าร่วมพิธีเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดี ไต้หวัน

- วันที่ 24 - 31 ธันวาคม 2547
นาย Youssouf Ouedraogo รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบูร์กินาฟาโซเยือนไทยพร้อมครอบครัวใน ฐานะแขกของรัฐมนตรีต่างประเทศ

- วันที่ 8 - 10 พฤศจิกายน 2547
นาย Seydou Bouda รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและการพัฒนาของบูร์กินาฟาโซเดินทางเข้าร่วม การประชุมระดับรัฐมนตรีเรื่องทางเลือกในการพัฒนา: เศรษฐกิจพอเพียงที่ประเทศไทย

- วันที่ 8 - 11 เมษายน 2548
นาย Blaise Compaore ประธานาธิบดีบูร์กินาฟาโซ และนาง Chantal Compaore พร้อมด้วย นาย Youssouf Ouedraogo รัฐมนตรีต่างประเทศบูร์กินาฟาโซ เดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ (Official Visit)

- วันที่ 18 พฤษภาคม 2551
นาย Blaise Compaore ประธานาธิบดีบูร์กินาฟาโซ และนาง Chantal Compaore พร้อมด้วยคณะรวม 29 คน แวะผ่านประเทศไทย เพื่อเดินทางต่อไปยังไต้หวัน

สถานะเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2553