รายชื่อประเทศในทวีปแอฟริกา
 กานา
 กาบอง
 กินี
 กินีบิสเซา
 แกมเบีย
 โกตดิวัวร์
 คองโก
 คอโมโรส
 เคนยา
 เคปเวิร์ด
 แคเมอรูน
 จิบูตี
 ชาด
 ซิมบับเว
 ซูดาน
เซาท์ซูดาน
 เซเชลล์
 เซเนกัล
 เซาตูเมและปรินซิปี
 เซียร์รา ลีโอน
 แซมเบีย
 โซมาเลีย
 ตูนีเซีย
 โตโก
 แทนซาเนีย
 นามิเบีย
 ไนจีเรีย
 ไนเจอร์
 บอตสวานา
 บุรุนดี
 บูร์กินาฟาโซ
 เบนิน
 มอริเชียส
 มอริเตเนีย
 มาดากัสการ์
 มาลาวี
 มาลี
 โมซัมบิก
 โมร็อกโก
 ยูกันดา
 รวันดา
 ลิเบีย
 เลโซโท
 ไลบีเรีย
 สวาซิแลนด์
 สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก
 อิเควทอเรียลกินี
 อียิปต์
 เอธิโอเปีย
 เอริเทรีย
 แองโกลา
 แอฟริกากลาง
 แอฟริกาใต้
 แอลจีเรีย



Back to Top

Visitors
hit counter script
สหสาธารณรัฐแทนซาเนีย
The United Republic of Tanzania





(คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่)
ข้อมูลทั่วไป
สหสาธารณรัฐแทนซาเนีย ประกอบด้วย 2 สาธารณรัฐ คือ แทนกานยิกา(Tanganyika) และแซนซิบาร์ (Zanzibar) สาธารณรัฐแทนกานยิกาตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันออกของทวีปแอฟริกาอาณาเขตทางด้านเหนือและตะวันออกติดกับเคนยาและยูกันดา รวมทั้งทะเลสาบวิคตอเรีย ทิศตะวันตกติดกับรวันดา บุรุนดีสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (เดิมคือซาอีร์) และทะเลสาบแทนกานยิกา ทิศตะวันตกเฉียงใต้ติดกับแซมเบียและมาลาวี และทะเลสาบมาลาวี ทิศใต้ติดกับโมซัมบิกทางเหนือมีภูเขาคิลิมันจาโร (Kilimanjaro) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงสุดในทวีปแอฟริกา สาธารณรัฐแซนซิบาร์ ประกอบด้วยเกาะแซนซิบาร์และเกาะ เพมบา (Pemba) อยู่ห่างจากชายฝั่งของแทนกานยิกา ประมาณ 40 กิโลเมตร

พื้นที่ 883,749 ตร.กม. (ใหญ่กว่าไทยประมาณ 1.5 เท่า)

เมืองหลวง กรุงโดโดมา (Dodoma)

ประชากร 41.34 ล้านคน (2553)

ภูมิอากาศ พ.ย. - พ.ค. เป็นช่วงฤดูฝน อุณหภูมิประมาณ 30 องศาเซลเซียส มิ.ย. - ต.ค. อากาศเย็น อุณหภูมิประมาณ 23 องศาเซลเซียส

ภาษาราชการ อังกฤษ และ Swahili

ศาสนา คริสต์ 30% อิสลาม 35% ความเชื่อดั้งเดิม 35%

วันชาติ 26 เมษายน

ระบบการปกครอง ปกครองในระบอบสาธารณรัฐประชาธิปไตย

ประธานาธิบดี
นายจาคายา มริโช คิคเวเต (Jakaya Mrisho Kikwete)

นายกรัฐมนตรี นายมิเซ็นโก พินดา (Mizengo Pinda)

รมว.กต. นายเบอร์นาร์ด เมมเบ (Bernard Membe)

เว็บไซต์ทางการ
www.tanzania.go.tz

ประวัติโดยสังเขป

แทนกานยิกาเป็นอาณานิคมของเยอรมนี ตั้งแต่ปี 2428 - 2459 (ค.ศ. 1885 - 1916)ต่อมาเข้าเป็นดินแดนในอาณัติของสันนิบาตชาติจนถึงปี 2489 (ค.ศ. 1946) และอยู่ในอารักขาของสหประชาชาติจนถึงปี 2504 (ค.ศ. 1961) โดยทั้งสันนิบาตชาติและสหประชาชาติให้อังกฤษดูแลจนแทนกานยิกาได้รับเอกราช สมบูรณ์ เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2504 (ค.ศ. 1961) โดยมี Dr. Julius Nyerere ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังจากนั้น แทนกานยิกามีสถานะเป็นสาธารณรัฐภายใต้เครือจักรภพอังกฤษ และ Dr. Nyerere ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

แซนซิบาร์เป็นหมู่เกาะที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของแทนกานยิกา โดยมีลักษณะเป็นรัฐสุลต่านภายใต้การอารักขาของอังกฤษ และได้รับเอกราชสมบูรณ์เมื่อ 10 ธันวาคม 2506 (ค.ศ. 1963) แต่หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2507 (ค.ศ. 1964) ระบบสุลต่านได้ถูกโค่นล้มโดยการปฏิวัติ ทำให้เกิดการขับไล่ชาวตะวันตกออกนอกประเทศ และสังหารชาวอาหรับนับพันคน จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2507 (ค.ศ. 1964) แทนกานยิกาและแซนซิบาร์ได้ตกลงรวมตัวกัน และจัดตั้งรัฐใหม่ ใช้ชื่อว่าสหสาธารณรัฐแทนซาเนียเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม โดยแซนซิบาร์มีสถานะเป็นเขตพิเศษกึ่งปกครองตนเอง และมีคณะรัฐบาลบริหารกิจการภายในด้านต่าง ๆ ของตนเองเรียกว่า Revolutionary Council of Zanzibar


นโยบายรัฐบาลชุดปัจจุบัน
1. การเมืองการปกครอง
แทนซาเนียปกครองในระบอบสาธารณรัฐประชาธิปไตยโดยแบ่งการปกครองออกเป็น 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้รับการแก้ไขปรับปรุงครั้งสำคัญ 2 ครั้ง ในปี 2527 และ ปี 2537

ฝ่ายบริหาร ประกอบด้วยประธานาธิบดี รองประธานาธิบดีและคณะรัฐมนตรี โดประธานาธิบดีดำรงตำแหน่งประมุขแห่งรัฐ ผู้นำรัฐบาล และผู้บัญชาการทหารสูงสุด มีวาระดำรงตำแหน่ง คราวละ 5 ปี นาย Jakaya Kikwete ซึ่งมาจากพรรค Chama Cha Mapinduzi (CCM) ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีตั้งแต่เดือนธันวาคม 2548 ทั้งนี้ หากประธานาธิบดีมาจากแซนซิบาร์ รองประธานาธิบดีต้องมาจากแทนกานยิกา ในทางกลับกันหากประธานาธิบดีมาจากแทนกานยิกา รองประธานาธิบดีต้องมาจากแซนซิบาร์
ฝ่ายนิติบัญญัติ ระบบรัฐสภาของแทนซาเนียเป็นระบบสภาเดียว เรียกว่า Bunge มีสมาชิกรัฐสภา จำนวน 295 คน โดยสมาชิกรัฐสภามาจากการเลือกตั้งจำนวน 232 คน จัดสรรให้แก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแซนซิบาร์ 5 คน ส่วนที่เหลือเป็นบุคคลที่เสนอโดยประธานาธิบดี สำหรับแซนซิบาร์มีรัฐสภาเป็นของตนเองเพื่อออกกฎหมายในการปกครอง โดยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 50 คน จากการเลือกตั้งโดยตรงของชาวแซนซิบาร์ และมีวาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี
ฝ่ายตุลาการ ประกอบด้วยศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลสูง ผู้พิพากษาจะต้องได้รับการแต่งตั้งจากประธานาธิบดี

รัฐธรรมนูญกำหนดให้สาธารณรัฐแซนซิบาร์เป็นอิสระในการบริหารกิจการแซนซิบาร์ทุกประการ ยกเว้นด้านการต่างประเทศ การป้องกันประเทศ การศาล การราชทัณฑ์ และกิจการตำรวจ การปกครองส่วนท้องถิ่น แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 25 เขต ได้แก่ Arusha, Dar es Salaam, Dodoma, Iringa, Kigoma, Kilimanjaro, Lindi, Mara, Mbeya, Morogoro, Mtwara, Mwanza, Pemba North, Pemba South, Pwani, Rukwa, Ruvuma, Shinyanga, Singida, Tabora, Tanga, Zanzibar Central/South, Zanzibar North, Zanzibar Urban/West, Ziwa Magharibi

แทนซาเนียเริ่มมีระบอบการปกครองเป็นแบบระบบหลายพรรคตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2535 หลังจากปกครองโดยระบบพรรคการเมืองเดียวมากว่า 27 ปี และมีการเลือกตั้งทั่วไปแบบหลายพรรคครั้งแรกในปี 2538 ประธานาธิบดี Kikwete ได้สร้างฐานอำนาจของตนภายในพรรครัฐบาลให้เข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ และกำหนดแนวนโยบายแบบประชาชนนิยม โดยเฉพาะการต่อต้านการทุจริต การปฏิรูประบบเศรษฐกิจและส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ รวมทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตทั้งภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรม

ผลการเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุดเมื่อเดือนตุลาคม 2553 ประธานาธิบดี Kikwete ได้รับชัยชนะเป็นสมัยที่ 2 ด้วยคะแนนเสียงร้อยละ 61.1 จากจำนวนผู้ที่มาใช้สิทธิ์ทั้งหมดประมาณ 9 ล้านคน ซึ่งสะท้อนให้เห็นความนิยมในตัวประธานาธิบดี Kikwete อย่างกว้างขวางในรัฐแทนกานยิกา  และในพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี Kikwete ได้ขอให้ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลยุติการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล และขอให้หันมาร่วมมือ โดยตนพร้อมที่ตนพร้อมที่จะร่วมมือและรับฟังคำปรึกษาจากทุกฝ่าย เพื่อให้ประเทศแทนซาเนียพัฒนาไปในทิศทางที่ถูกต้อง

2. นโยบายเศรษฐกิจและสังคม
การค้าระหว่างไทยและแทนซาเนียมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี 2553 มีมูลค่าการค้ารวม 114.46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยส่งออกไปแทนซาเนียมูลค่ารวม 83.63 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยนำเข้าจากแทนซาเนียรวม 30.83 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้ดุลการค้า 52.80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้าออกของไทยที่สำคัญไปแทนซาเนีย ได้แก่ เม็ดพลาสติก เสื้อผ้าสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์พลาสติก ผลิตภัณฑ์เหล็กและเหล้กกล้า หม้อแบตเตอรี่และส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ยาง รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ

สินค้าเข้าที่สำคัญของไทยจากแทนซาเนีย ได้แก่ ด้ายและเส้นใย สินแร่โลหะอื่น เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ ไม้ซุงไม้แปรรูป

แทนซาเนียมีศักยภาพเป็นตลาดที่สำคัญของไทย เพราะนอกจากเศรษฐกิจภายในประเทศจะมีอัตราการเติบโตที่น่าพอใจ แล้วยังมีเสถียรภาพ (ร้อยละ 7.0   ปี 2553) และแทนซาเนียยังเป็นสมาชิกประชาคมแอฟริกาตะวันออก (East African Community - EAC) ซึ่งได้จัดตั้งตลาดร่วมแล้ว โดยเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2553 ทำให้แทนซาเนียสามารถเป็นจุดกระจายสินค้าที่สำคัญของไทยในภูมิภาคได้ด้วย

รัฐบาลแทนซาเนียมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนโดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว และได้ตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุนต่างชาติ นอกจากนี้แทนซาเนียยังเป็นสมาชิก International Centre for Settlement of Investment Dispute (ICSID) และ Multilateral Investment Guarantee Agency (MIGA) ซึ่งเป็นหน่วยงานรับประกับการลงทุนจากต่างชาติ โดยจะไม่มีการยึดทรัพย์สินต่างชาติเป็นของรัฐ

ปัจจุบัน รัฐบาลแทนซาเนียมีนโยบายมองตะวันออก (Look-East Policy) โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มประเทศในทวีปเอเชียมากขึ้น เนื่องจากวิกฤตทางการเงินในสหรัฐอเมริกาและยูโรป กอปกรกับเอเชียเป็นทวีปที่มีเสถียรภาพทางการเงินสูง จึงมีศักยภาพเข้ามาลงทุนในแอฟริกา ปัจจุบัน มีบริษัทขนาดใหญ่ของไทยลงทุนในแทนซาเนีย 2 บริษัท ได้แก่  บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) ซึ่งทำธุรกิจเลี้ยงไก่แบบครบวงจร และบริษัทปูนซีเมนต์ไทย (SCG) ซึ่งทำธุรกิจวัสดุก่อสร้าง พลาสติก และผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี

สาขาที่มีศักยภาพในการเข้าไปลงทุน ประกอบด้วย
(1) การท่องเที่ยว - เนื่องจากแทนซาเนียมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติจำนวนมาก แต่ยังไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างทั่วถึง ดังนั้น รัฐบาลแทนซาเนียจึงต้องการส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
(2)เกษตรกรรม - แทนซาเนียยังไม่สามารถผลิตสินค้าทางการเกษตรได้อย่างเพียงพอกับความต้องการของประชากรภายในประเทศ โดยเฉพาะ ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ดังนั้น จึงต้องการการลงทุนจากต่างชาติทางด้านเกษตรกรรม การประมง ตลอดจนการแปรูรูปผลผลิตทางการเกษตรต่างๆ
(3) ธุรกิจ/การลงทุนด้านอัญมณี - แทนซาเนียเป็นแหล่งอัญมณีที่สำคัญ โดยเฉพาะแทนซา-ไนท์ พลอย เพชร แต่แทนซาเนียยังขาดแคลนเทคโนโลยีในการเจียระไนเพชรพลอย รัฐบาลจึงต้องการส่งเสริมการลงทุนในด้านนี้ ตลอดจนการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเจียระไนให้แก่ชาวแทนซาเนีย ทั้งนี้ เริ่มมีนักธุรกิจไทยลงทุนด้านการทำเหมืองและการเจียระไนในแทนซาเนียแล้ว
(4) การก่อสร้าง โครงสร้างพื้นฐานและวัสดุก่อสร้าง - รัฐบาลแทนซาเนียมีนโยบายพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในทุกด้าน อาทิ ถนน ประปา ทางรถไฟ เพื่อรองรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการลงทุนจากภาคเอกชน นอกจากนี้ ไทยมีภาคเอกชนที่มีศักยภาพในด้านการผลิตวัสดุก่อสร้าง อาทิ ปูนซีเมนต์ ทั้งนี้ บริษัทสยามซีเมนต์ไทยเปิดสำนักงานในประเทศแทนซาเนีย เพื่อเป็นตัวแทนจำหน่ายและศูนย์ดูแลลูกค้าในภูมิภาคแอฟริกาตะวันออก

3. นโยบายต่างประเทศ
แทนซาเนียเป็นประเทศที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด นาย Julius Nyerere ประธานาธิบดีคนแรกภายหลังประกาศเอกราชเป็นผู้ก่อตั้งสำคัญคนหนึ่งของกลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด (Non-Aligned Movement - NAM) รัฐบาลแทนซาเนียมีนโยบายเป็นกลาง เป็นมิตรกับทั้งประเทศเจ้าของอาณานิคมเดิม (สหราชอาณาจักรและเยอรมนี) ประเทศที่มีนโยบายสังคมนิยม (กลุ่มสแกนดิเนเวียและจีน) รวมทั้งประเทศผู้ให้ความช่วยเหลือรายใหญ่ (สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น) แทนซาเนียเป็นประเทศที่ผู้ให้ความช่วยเหลือเห็นว่ามีพัฒนาการดี และเป็นผู้รับรายใหญ่ของเงินทุนเพื่อการพัฒนา

แทนซาเนียมีนโยบายเป็นมิตรกับประเทศเพื่อนบ้าน ตลอดจนส่งเสริมและกระชับความร่วมมือในระดับภูมิภาค และเป็นสมาชิกองค์กรสหภาพแอฟริกา (African Union - AU) EAC นอกจากนี้ยังมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดกับเคนยาและยูกันดา โดยเป็นประเทศร่วมก่อตั้งประชาคมแอฟริกาตะวันออก (East African Community - EAC) แทนซาเนียยังเป็นสมาชิกประชาคมเพื่อการพัฒนาแอฟริกาตอนใต้ (Southern African Development Community - SADC) ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือสำคัญกับแอฟริกาใต้และประเทศอื่นๆ ทางตอนใต้ของทวีป

นับตั้งแต่นาย Kikwete ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี แทนซาเนียมีบทบาทในเวทีระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น และให้ความสำคัญกับประเด็น/ปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อทวีปแอฟริกาและภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ได้แก่ ภาวะการขาดแคลนอาหาร ความมั่นคงทางอาหาร การพัฒนาเกษตรกรรม ปัญหาจากการว่างงานที่ส่งผลให้เยาวชนหันไปเข้าร่วมกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ปัญหาภาวะโลกร้อน การแพร่ระบาดของโรคมาลาเรีย การรักษาสุขภาพแม่และเด็ก และการพัฒนาประเทศเพื่อบรลุเป้าหมายแห่งสหัสวรรษ (Millennium Development Goals: MDGs) ของสหประชาชาติ

ข้อห่วงกังวลด้านการต่างประเทศในปัจจุบันคือ ปัญหาผู้อพยพจากเหตุการณ์ไม่สงบในประเทศเพื่อนบ้าน (รวันดา บุรุนดี และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก) และปัญหาเกี่ยวกับการลักลอบขนยาเสพติด แม้ว่าสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศเหล่านั้นจะสงบลงแล้วในระดับหนึ่ง เนื่องจากการบูรณาการทางเศรษฐกิจของ EAC ทำให้มีทำให้การเคลื่อนย้ายประชากรจากประเทศในกลุ่มได้อย่างเสรีมากขึ้น ซึ่งทำให้รัฐบาลแทนซาเนียไม่ประสงค์ให้กระบวนการบูรณาการของ EAC ดำเนินการไปอย่างรวดเร็ว อันอาจก่อให้ความเห็นที่แตกต่างกับสมาชิก EAC ชาติอื่น อาทิ เคนยาและยูกันดา


ข้อมูลเศรษฐกิจ/การค้า

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ 23.66 พันล้าน USD (ไทย: 317.8 พันล้าน USD)
รายได้ประชาชาติต่อหัว 572.25 USD (ไทย: 4,719.8 USD)
การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ร้อยละ 7.0 (ไทย: ร้อยละ 7.8)
อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ 4.99 (ไทย: ร้อยละ 3.3)
เงินทุนสำรอง 3.64 พันล้าน USD (ไทย: 185.6 พันล้าน USD)
อุตสาหกรรมที่สำคัญ แปรรูปสินค้าเกษตร (น้ำตาล เบียร์ บุหรี่ สายป่านจากพืช) เหมืองเพชร ทอง และเหล็ก ถ่านหิน เกลือ โซดาไฟ ซีเมนต์ กลั่นน้ำมัน รองเท้า เสื้อผ้า ผลิตภัณฑ์จากไม้ ปุ๋ย
ทรัพยากรธรรมชาติ
พลังงานน้ำ ดีบุก ฟอสเฟต แร่เหล็ก ถ่านหิน เพชร อัญมณี ทอง ก๊าซธรรมชาติ นิกเกิล
สินค้าส่งออกที่สำคัญ ทอง กาแฟ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ สินค้าอุตสาหกรรม ฝ้าย
สินค้านำเข้าที่สำคัญ สินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่ง วัตถุดิบในอุตสาหกรรม น้ำมันดิบ
ประเทศคู่ค้าที่สำคัญ ส่งออกไป อินเดีย ญี่ปุ่น จีน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี
นำเข้าจาก จีน อินเดีย แอฟริกาใต้ เคนยา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ญี่ปุ่น
หน่วยเงินตรา ชิลลิงแทนซาเนีย (TZS) (1 บาท=51.84 TZS) (สถานะ ณ วันที่ 20 มิ.ย. 54)

สถิติที่สำคัญไทย-แทนซาเนีย (2553)
มูลค่าการค้าไทย-แทนซาเนีย
114.46 ล้าน USD (ไทยส่งออก 83.63 ล้าน USD ไทยนำเข้า 30.83 ล้าน USD ไทยได้ดุลการค้า 52.80 ล้าน USD)
สินค้าส่งออกของไทยเม็ดพลาสติก เครื่องนุ่งห่ม น้ำตาลทราย ผลิตภัณฑ์พลาสติก รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เหล็ก เหล็กกล้า และผลิตภัณฑ์ หม้อแบตเตอร์รี่และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ
สินค้านำเข้าจากแทนซาเนียด้ายและเส้นใย เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูปและกึ่งแปรรูป ไม้ซุง ไม้แปรรูป
การลงทุนบริษัท SCT ในเครือปูนซีเมนต์ไทย เปิดสำนักงานที่นคร ดาร์ เอส ซาลาม (Dar es Salaam)
การท่องเที่ยวชาวแทนซาเนียมาไทย 3,001 คน (2553)
คนไทยในแทนซาเนีย ประมาณ 50 คน
การตรวจลงตราVisa on arrival / สามารถขอรับการตรวจลงตราตามปกติได้ที่ สถานเอกอัครราชทูตแทนซาเนียประจำมาเลเซีย
สำนักงานของไทยที่ดูแลแทนซาเนียสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบี
สำนักงานของแทนซาเนียที่ดูแลไทยสถานเอกอัครราชทูตแทนซาเนียประจำมาเลเซีย


1. ความสัมพันธ์ด้านการเมือง
ด้านการทูต
- ไทยและแทนซาเนียสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2523 และคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2527 ให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบีมีเขตอาณาครอบคลุมถึงแทนซาเนีย และแทนซาเนียได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตแทนซาเนีย ณ กรุงปักกิ่งมีเขตอาณาครอบคลุมไทย (เอกอัครราชทูตแทนซาเนียประจำไทยคนแรกถวายสาส์นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2529) และเมื่อเดือนตุลาคม 2552 แทนซาเนียได้เปลี่ยนให้สถานเอกอัครราชทูตแทนซาเนีย ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์มีเขตอาณาครอบคลุมไทยแทนด้านการเมือง

- ไทยและแทนซาเนียมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาโดยตลอด โดยเฉพาะมีรากฐานความสัมพันธ์ที่ดีด้านความร่วมมือทางวิชาการที่ช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์โดยรวม

- ไทยเริ่มให้ความช่วยเหลือทางวิชาการแก่แทนซาเนียตั้งแต่ปี 2529 โดยจัดฝึกอบรมด้านการศึกษาและการจัดระบบสาธารณูปโภคตามคำขอของ UNESCO และ International Civil Aviation Organization (ICAO) ในลักษณะ Third Country Training Programme ให้ทุนฝึกอบรมทางวิชาการแก่แทนซาเนียในสาขาต่างๆ ปีละ 1-2 ทุนอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้แทนซาเนียเป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายภายใต้ความร่วมมือไตรภาคี ไทย-ญี่ปุ่น- แอฟริกา ในสาขาเกษตรและสาธารณสุข

- สำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ (สพร.) ให้ทุนฝึกอบรมทางวิชาการแก่แทนซาเนียในสาขาต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ

- ไทยและแทนซาเนียริเริ่มความร่วมมือด้านการแพทย์เมื่อปี 2545 ผู้เชี่ยวชาญชาวไทย (ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ อดีตผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม) ได้ให้ความช่วยเหลือแทนซาเนียในด้านการผลิตยาป้องกันไข้มาลาเรีย ชื่อ Thaitanzunate และยาต้านเอดส์ (Anti Retro-viral drugs - ARVs) โดยการสนับสนุนขององค์กร Action Medeor ของเยอรมนี และต่อมา กระทรวงการต่างประเทศไทยได้ให้การสนับสนุนการดำเนินโครงการเพิ่มเติม โดยส่งเสริมความร่วมมือระหว่างบริษัท Tanzanian Pharmaceutical Organization (TPO) และบริษัทเบอร์ลินฟาร์มาซูติคัลอินดัสตรี จำกัด ยา Thaitanzunate ประสบความ สำเร็จมากในการแก้ปัญหาไข้มาลาเรียในแทนซาเนีย เป็นการช่วยให้ประชาชนทั่วไปที่ยากจนและบรรเทาปัญหาสำคัญและเร่งด่วนของประเทศ

2. ความตกลงที่สำคัญๆ กับไทย
- ไทยและแทนซาเนียได้ลงนามความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2549 และยังอยู่ระหว่างการพิจารณา 3 ฉบับ ได้แก่ ความตกลงด้านการค้า ความตกลงการแลกเปลี่ยนนักโทษ ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านธรณีวิทยาและทรัพยากรธรณี

3. การเยือนที่สำคัญ
ฝ่ายไทย
(1) พระราชวงศ์
- เดือนกันยายน 2537 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารเสด็จฯ เยือนแทนซาเนียอย่างเป็นทางการ

- เดือนมีนาคม 2546 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จฯ เยือนแทนซาเนียตามคำกราบบังคมทูลเชิญของ UNHCR เพื่อทอดพระเนตรโครงการของ Refugee Education Trust ที่เมือง Kigoma

(2) รัฐบาล
- เดือนมีนาคม 2536 นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยือนแทนซาเนียอย่างเป็นทางการ

- วันที่ 24 - 26 สิงหาคม 2549 นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองนายกรัฐมนตรี เยือนแทนซาเนียอย่างเป็นทางการ

ฝ่ายแทนซาเนีย
- เดือนมีนาคม 2531 นาย Julius Nyerere อดีตประธานาธิบดีแทนซาเนียในฐานะประธาน South Commission เดินทางเยือนไทยและเข้าพบหารือกับรองนายกรัฐมนตรี (นายพงษ์ สารสิน) และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

- เดือนมีนาคม 2537 นาย Joseph F. Mbwiliza รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงทรัพยากรน้ำ พลังงาน และเหมืองแร่แทนซาเนีย เดินทางเยือนไทยอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อเข้าร่วมงานนิทรรศการ Bangkok Gems and Jewelry Fair ตามคำเชิญของกระทรวงพาณิชย์ ได้เข้าเยี่ยมคารวะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ)

- วันที่ 15 - 18 ตุลาคม 2541 นาย Frederick T. Sumaye นายกรัฐมนตรีแทนซาเนียเยือนไทย

- วันที่ 1 - 4 กันยายน 2549 นาย Edward Lowassa นายกรัฐมนตรีแทนซาเนียเยือนไทย

- วันที่ 31 มีนาคม 2553 นายมิเซ็นโก พินดา (Mizenko Pinda) นายกรัฐมนตรีแทนซาเนียเดินทางแวะผ่านไทย

สถานะเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2554