The Republic of Chad
| ข้อมูลทั่วไป
ที่ตั้ง ตั้งอยู่ในภูมิภาคแอฟริกากลาง และไม่มีทางออกทะเล ทิศเหนือติดกับลิเบีย ทิศตะวันออกติดกับซูดาน ทิศใต้ติดกับสาธารณรัฐแอฟริกากลาง ทิศตะวันตกติดกับไนเจอร์ ไนจีเรียและแคเมอรูน |
พื้นที่ 1,284,000 ตร.กม. (ใหญ่กว่าไทยประมาณ 2.5 เท่า)
เมืองหลวง กรุงเอ็นจาเมนา (N'Djamena)
ประชากร 10.22 ล้านคน (ปี 2553)
ภูมิอากาศ ภาคเหนือมีอากาศแบบทะเลทราย ทางภาคใต้มีอากาศร้อนชื้น ฝนตกมากในเดือนสิงหาคม และแห้งแล้งที่สุดในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม อากาศหนาวที่สุดในเดือนธันวาคม (ประมาณ 14-33 องศาเซลเซียส)
ภาษาราชการ ฝรั่งเศส และอาหรับ
ศาสนา ศาสนาอิสลาม ร้อยละ 53.1% ศาสนาคริสต์ ร้อยละ 34.3% อื่นๆ 12.6 %
วันชาติ 11 สิงหาคม
ระบอบการปกครอง แบบสาธารณรัฐ ประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศ มีอำนาจในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำรัฐบาล ประธานาธิบดีคนปัจจุบันคือ นาย Idriss Deby (เข้ารับตำแหน่งตั้งแต่ปี 2533 และชนะการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2549)
ประธานาธิบดี นายอิดริสส์ เดบี? (Idriss Deby)
นายกรัฐมนตรี นายยุซเซฟ ซาเลห์ อับบาห์ (Youssouf Saleh Abbas)
รมว.กต. นายมุซซา ฟากี มาฮามัต (Moussa Faki Mahamat)
เว็บไซต์ทางการ www.primature-tchad.org
ประวัติศาสตร์โดยสังเขปฝรั่งเศสได้ถือเอาชาดเป็นรัฐในอารักขาเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2443 และต่อมาในเดือนกรกฎาคม 2451 ชาดถูกรวมเข้ากับดินแดน Equatorial Africa ของฝรั่งเศส และเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2501 ได้กลายเป็นสาธารณรัฐเอกเทศภายในประชาคมฝรั่งเศส และได้รับเอกราชโดยสมบูรณ์เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2503
ในช่วง 30 ปีต่อมา ชาดต้องประสบกับปัญหาสงครามกลางเมืองหลายครั้ง รวมถึงการบุกรุกดินแดนโดยลิเบีย และกลุ่มกบฏที่ดำเนินการก่อความไม่สงบอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เริ่มพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นตั้งแต่ปี 2533 เป็นต้นมา เมื่อนาย Deby สถาปนาตนเองขึ้นเป็นประธานาธิบดี และได้ยกร่างและประกาศใช้รัฐธรรมนูญ และจัดให้มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2539 และปี 2544
อย่างไรก็ตาม ในปี 2548 ได้มีกลุ่มกบฏใหม่เกิดขึ้นทางชายแดนฝั่งตะวันตกของซูดาน และดำเนินการก่อความไม่สงบทางภาคตะวันออกของชาด ปัจจุบัน อำนาจทางการเมืองของประเทศยังคงตกอยู่ในมือของคนกลุ่มน้อยของประเทศ และมีกลุ่มกบฏอีกหลายกลุ่มที่ยังคงปฏิบัติการอยู่ทั่วไป ความขัดแย้งที่นำไปสู่ความรุนแรงในหลายพื้นที่ของประเทศมีต้นเหตุมาจากความแตกต่างทางด้านเผ่าพันธุ์และความเชื่อ โดยทางภาคเหนือเป็นถิ่นของชาวอาหรับมุสลิม ในขณะที่ภาคใต้เป็นของชาวคริสต์และพวกที่นับถือความเชื่อท้องถิ่น
1. การเมืองการปกครอง
1.1 ชาดปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐ มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี นายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำรัฐบาล ได้รับการแต่งตั้งจากประธานาธิบดี มีอำนาจในการเสนอชื่อแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีเพื่อทำหน้าที่บริหารประเทศ ฝ่ายนิติบัญญัติ ประกอบด้วยรัฐสภาระบบสองสภา มีสมาชิกสภา 155 คน มาจากการเลือกตั้งและดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี ในขณะที่วุฒิสมาชิกดำรงตำแหน่งคราวละ 6 ปี มีการเลือกตั้งทุกๆ 2 ปี เพื่อทดแทนสมาชิก 1 ใน 3 ส่วนของสภาที่พ้นหน้าที่ ฝ่ายตุลาการประกอบด้วยศาลสูง ศาลอุทธรณ์ ศาลอาญา และศาลแขวง
1.2 ประธานาธิบดี Idriss Deby ซึ่งได้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีโดยการทำรัฐประหารในปี 2533 ได้ปกครองประเทศเรื่อยมา ทั้งนี้ ในเดือนมิถุนายน 2548 ประธานาธิบดี Idriss Deby ได้จัดให้มีการลงประชามติเพื่อปรับแก้รัฐธรรมนูญซึ่งยังผลให้ตนสามารถสมัครลงชิงชัยตำแหน่งประธานาธิบดีต่อได้เป็นสมัยที่ 3 และได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปีต่อมา และดำรงตำแหน่งมาจนถึงปัจจุบัน ท่ามกลางกระแสคัดค้านของพวกกบฏที่ยังคงใช้ความรุนแรงในความพยายามโค่นล้มรัฐบาล
2. เศรษฐกิจ
2.1 การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจของชาดประสบปัญหาอย่างมากจากข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ที่อยู่ห่างไกล ไม่มีทางออกทะเล พื้นที่ส่วนมากของประเทศมีความแห้งแล้ง มีต้นทุนด้านพลังงานสูง
2.2 ชาดเป็นประเทศเกษตรกรรมโดยพื้นฐาน ประชาชนของประเทศประกอบอาชีพเกษตรกรรมและการปศุสัตว์ในการดำรงชีวิต อย่างไรก็ตาม ในระยะหลัง ชาดได้ถูกผลักดันจากต่างประเทศในการลงทุนด้านอุตสาหกรรมน้ำมัน โดยได้รับการช่วยเหลือการลงทุนจากต่างประเทศทั้งกิจการสาธารณะและภาคเอกชน บริษัทจากสหรัฐอเมริกาได้เข้าลงทุนในการพัฒนาน้ำมันสำรอง ประมาณ 1 ล้านล้านบาร์เรลในทางตอนใต้ของประเทศ น้ำมันสำรองรวมทั้งประเทศประมาณ 2 ล้านล้านบาร์เรล ผลิตภัณฑ์น้ำมันของชาดเริ่มมีการส่งออกในปี 2546 ซึ่งชาดไม่ได้รับกำไรจากการส่งออกน้ำมันเท่าใดนัก
2.3 นอกจากน้ำมันแล้ว ชาดมีทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ ที่สำคัญ ได้แก่ ทอง และยูเรเนียม แม้ว่าทรัพยากรธรรมชาติที่มีจะนำรายได้จำนวนมากเข้าสู่ประเทศ ประชาชนของประเทศยังคงประสบกับปัญหาความยากจนและโครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่ได้รับการพัฒนา ตลอดจนภาวะความไม่สงบที่เกิดจากการดำเนินการของกลุ่มกบฏต่างๆ ในประเทศ
2.4 สินค้าส่งออกของชาดที่สำคัญได้แก่ ฝ้าย โคและกระบือ ยางอารบิก
3. นโยบายต่างประเทศ
3.1 สถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคแอฟริกากลางส่งผลอย่างยิ่งต่อสถานะของชาดในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ชาดต้องรับภาระผู้ลี้ภัยจากการสู้รบในสาธารณรัฐแอฟริกากลางและซูดาน ทั้งยังมีความสัมพันธ์ที่ยังคงอยู่ในระดับเสื่อมทรามกับกับซูดาน ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านทางตะวันออกซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกันยาวที่สุดถึง 1,360 กิโลเมตร ทั้งสองประเทศกล่าวหากันและกันว่าให้การสนับสนุนกลุ่มกบฏที่ต่อต้านรัฐบาล ล่าสุด ชาดได้ปิดพรมแดนและตัดความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจกับซูดาน เพื่อตอบโต้การที่ซูดานตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับชาดในปี 2549
3.2 ในปี 2550 สภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้มีมติให้กองกำลังรักษาสันติภาพร่วมแห่งสหประชาชาติและสหภาพยุโรป (UN-European Union peacekeeping force) ทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองประชาชนจากผลกระทบของการสู่รบในดาร์ฟูร์ ประเทศซูดาน ต่อมา ในเดือนมกราคม 2551 สหภาพยุโรปได้เห็นชอบให้จัดตั้งกองกำลังรักษาสันติภาพขึ้นเพื่อให้ความคุ้มครองแก่ผู้ลี้ภัยจากการสู้รบในดาร์ฟูร์
3.3 ความสัมพันธ์ระหว่างชาดกับฝรั่งเศสยังคงเป็นไปด้วยดี ที่ผ่านมา ฝรั่งเศสได้ส่งกองกำลังเข้ามาช่วยปราบปรามกลุ่มกบฏ และให้ความช่วยเหลือชาดในด้านต่างๆ อยู่เสมอ
3.4 การที่ชาดผันตัวมาเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา ทำให้ต่างประเทศให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในชาดมากขึ้น รัฐบาลชาดเองก็ได้ปรับกฎหมายเกี่ยวกับการลงทุนและค้าขายน้ำมันให้มีความผ่อนปรนมากขึ้นเพื่อรองรับการลงทุนจากต่างชาติ
ข้อมูลเศรษฐกิจ/การค้า
| ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ | 8.24 พันล้าน USD (ไทย: 317.8 พันล้าน USD) |
| รายได้ประชาชาติต่อหัว | 806.16 USD (ไทย: 4,719.8 USD) |
| การขยายตัวทางเศรษฐกิจ | ร้อยละ 6.0 (ไทย: ร้อยละ 7.8) |
| อัตราเงินเฟ้อ | ร้อยละ 3.0 (ไทย: ร้อยละ 3.3) |
| เงินทุนสำรอง | 765 ล้าน USD (ไทย: 185.6 พันล้าน USD) |
| อุตสาหกรรมที่สำคัญ | น้ำมัน การทอฝ้าย การบรรจุเนื้อ กลั่นเบียร์ แร่เกลือ สบู่ บุหรี่ วัสดุก่อสร้าง |
| ทรัพยากรธรรมชาติ
| ปิโตรเลียม ยูเรเนียม แร่เกลือ ดินขาว ปลาน้ำจืด ทอง หินปูน ทรายและกรวด เกลือ
|
| สินค้าส่งออกที่สำคัญ | น้ำมัน ปศุสัตว์ ฝ้าย ยางอารบิก |
| สินค้านำเข้าที่สำคัญ | เครื่องจักรกลและอุปกรณ์ขนส่ง สินค้าอุตสาหกรรม อาหาร สิ่งทอ |
| ประเทศคู่ค้าที่สำคัญ | ส่งออกไป สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส จีน
|
| นำเข้าจาก ฝรั่งเศส แคเมอรูน จีน สหรัฐอเมริกา อิตาลี ยูเครน เนเธอร์แลนด์
| |
| หน่วยเงินตรา | ฟรังก์เซฟา(CFA franc) (1 บาท =15.07 ฟรังก์เซฟา) (สถานะ ณ วันที่ 20 มิ.ย. 54) |
สถิติสำคัญ ไทย-ชาด (2553)
| มูลค่าการค้าไทย-ชาด | 6.69 ล้าน USD (ไทยส่งออก 2.73 ล้าน USD ไทยนำเข้า 3.96 ล้าน USD ไทยได้ดุลการค้า -1.24 ล้าน USD) |
| สินค้าส่งออกของไทย | เคหะสิ่งทอ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า ผ้าแบบสำหรับตัดเสื้อและผ้าที่จัดทำแล้ว |
| สินค้านำเข้าจากชาด | ด้ายและเส้นใย |
| การลงทุน | ไม่ปรากฏข้อมูลการลงทุนระหว่างกัน |
| การท่องเที่ยว | ชาวชาดเดินทางมาไทย 49 คน (2553) |
| คนไทยในชาด | ไม่ปรากฏข้อมูล |
| การตรวจลงตรา | ขอรับการตรวจลงตราตามปกติได้ที่ กรุงเทพฯ (สถานกงสุล) |
| สำนักงานของไทยที่ดูแลชาด | สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงตริโปลี |
| สำนักงานของชาดในไทย | กรุงเทพฯ (สถานกงสุล) (กงสุลกิตติมศักดิ์ชาดประจำไทย คือนายวุฒิกร อินทรภูวศักดิ์) / ยังไม่มีการมอบหมายสถานเอกอัครราชทูตใดให้ดูแลไทย |
1. ความสัมพันธ์ทั่วไป
1.1 การทูต
ไทยและชาดสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2533 ที่ผ่านมา ไทยเคยมอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส เป็นจุดติดต่อ ปัจจุบัน ไทยได้มอบหมายให้ สอท ณ กรุงตริโปลี มีเขตอาณาครอบคลุมชาด ส่วนชาดยังได้แต่งตั้งนายวุฒิกร อินทรภูวศักดิ์ เป็นกงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐชาดประจำประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ยังมิได้มีการมอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตใดมีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทย
1.2 เศรษฐกิจ
ในปี 2553 ไทยและชาดมีมูลค่าการค้ารวม 6.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออก 2.73 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 3.96 ดอลลาร์สหรัฐ ไทยขาดดุลการค้า -1.24 ดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกของไทยได้แก่ เคหะสิ่งทอ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า ผ้าแบบสำหรับตัดเสื้อและผ้าที่จัดทำแล้ว ส่วนสินค้านำเข้าได้แก่ ด้ายและเส้นใย ด้านการลงทุนยังไม่ปรากฎข้อมูลการลงทุนระหว่างกัน
2. ความตกลงที่สำคัญๆ กับไทย
ยังไม่มีการทำความตกลงใดๆ ระหว่างกัน
3. การเยือนที่สำคัญ
ไม่ปรากฏข้อมูลการเยือนระหว่างไทยกับชาด
สถานะเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2553
