สาธารณรัฐจิบูตี
The Republic of Djibouti
พื้นที่ 23,200 ตร.กม. (เล็กกว่าไทยประมาณ 22 เท่า)
เมืองหลวง กรุงจิบูตี (Djibouti)
ภูมิอากาศ ร้อนแห้งแล้งแบบทะเลทราย
ประชากร 840,000 คน (2554)
ภาษา ฝรั่งเศส และอารบิก
ศาสนา อิสลาม 94% คริสต์ 6%
วันชาติ 27 มิถุนายน
ระบบการปกครอง สาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุข และมีนายกรัฐมนตรีซึ่งแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร มีสภาเดียวคือ Chamber of Deputies หรือ Chambre des Députés มาจากการเลือกตั้ง 65 คน
ประธานาธิบดี นายอิสมาอิล โอมาร์ เกลลีห์ (Ismaïl Omar Guelleh)
นายกรัฐมนตรี นายไดเลียตา โมฮาเหม็ด ไดเลียตา (Dileita Mohamed Dileita)
รมว.กต. นายมาฮะหมุด อาลี ยูซุฟ (Mahamoud Ali Youssouf)
เว็บไซต์ทางการ www.spp.dj
ประวัติโดยสังเขป
- จิบูตีเป็นอาณานิคมภายใต้การปกครองของฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 2510 โดยใช้ชื่อว่า ดินแดน Afars and Issas ซึ่งเป็นชื่อของกลุ่มชนพื้นเมืองในจิบูตีที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับชนพื้นเมืองในเอธิโอเปีย (Afar) และโซมาเลีย (Issa)
- จิบูตีได้รับเอกราชเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2520 โดยมีนาย Hassan Gouled Aptidon ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรกของจิบูตี นาย Aptidon ปกครองประเทศด้วยระบอบเผด็จการ มีพรรคการเมืองพรรคเดียว คือ พรรค Rassemblement populaire pour le progres (RPP) ซึ่งมีสมาชิกเป็นชาว Issa เท่านั้น เป็นสาเหตุให้เกิดความไม่พอใจและความขัดแย้งของสองชนเผ่า ต่อมาความขัดแย้งได้ทวีความรุนแรงขึ้น จนกลายเป็นสงครามกลางเมืองระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับกลุ่มต่อต้านที่ต่อมาได้จัดตั้งพรรค Front pour la restauration de l'unite et de la democratie (FRUD) ของชาว Afar ขึ้น
- ในเดือนธันวาคม 2537 ความขัดแย้งได้คลี่คลายลง เมื่อรัฐบาลได้ลงนามสันติภาพกับพรรค FRUD และให้ผู้นำพรรคเข้าดำรงตำแหน่งในรัฐสภา ด้วยเหตุนี้ทำให้เกิดความแตกแยกในพรรค FRUD ในขณะเดียวกับที่พรรค RPP ได้รับคะแนนนิยมจากประชาชนมากขึ้น
- หลังจากนั้นนาย Ismail Omar Guelleh ลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีแทนนาย Aptidon เนื่องจากมีปัญหาด้านสุขภาพ และได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2542 ต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2544 นาย Ahmed Dini ผู้นำทางทหารของพรรค FRUD ได้ลงนามข้อตกลงสันติภาพร่วมกับฝ่ายรัฐบาลเพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งทั่วไป (parliamentary election) ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2545
- ในการเลือกตั้งประธานาธิบดี ปี 2548 (ค.ศ. 2005) และปี 2554 (ค.ศ. 2011) พรรคการเมืองฝ่ายค้านได้คว่ำบาตร โดยไม่ส่งผู้สมัครเข้าแข่งขันในการเลือกตั้ง ส่งผลให้ นาย Guelleh ได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งอย่างท่วมท้นทั้ง 2 ครั้ง และดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีมาจึงถึงปัจจุบัน เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน
- ต่อมา นาย Guelleh ได้ปกครองประเทศอย่างเข้มงวดและเฉียบขาด โดยใช้ระบบอุปถัมภ์ ควบคุมรัฐบาล ฝ่ายนิติบัญญัติ และกองทัพ ปิดกั้นการเสนอข่าวของสื่ออย่างเสรี และใช้อำนาจรัฐกำจัดฝ่ายตรงข้ามอย่างเด็ดขาด สร้างความไม่พอใจแก่ฝ่ายค้านและประชาชนเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่สามารถต้านทานอำนาจของนายGuelleh ได้
1. การเมืองการปกครอง
1.1 ระบบการปกครอง
จิบูตีมีระบบการปกครองแบบสาธารณรัฐ โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐ อยู่ในตำแหน่งคราวละ 6 ปี ระบบพรรคการเมืองแบบหลายพรรคถูกจัดตั้งขึ้นหลังจากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2535 โดยปัจจุบันมี 9 พรรคการเมือง โดยแบ่งเป็น 2 ฝ่ายหลักๆ ได้แก่ ฝ่ายสนับสนุนประธานาธิบดี Union pour la majorite presidentielle (UMP) และฝ่ายค้าน Union pour une alternance democratique (UAD) ระบบการบริหารราชการแผ่นดินมีสภาเดียวคือ สภาผู้แทน ราษฎร (Chamber of Deputies หรือ Chambre des Deputes) ซึ่งมีสมาชิกจำนวน 65 คนมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน มีวาระสมัยละ 5 ปี สำหรับระบบกฎหมายของจิบูตีนั้นได้รับอิทธิพลจากระบบกฎหมายของฝรั่งเศสและระบบกฎหมายอิสลาม (Sharia - Islamic Law)
จิบูตี แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 6 เขต ได้แก่ Ali Sabieh, Arta, Dikhil, Djibouti, Oback และ Tadjourah
2. เศรษฐกิจและสังคม
- จิบูตีเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญในภูมิภาคแอฟริกาตะวันออก เนื่องจากที่ตั้งของจิบูตี อยู่บนเส้นทางการเดินเรือและเป็นจุดผ่านในการขนถ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงจากอ่าวอาหรับและอ่าวเปอร์เซีย ไปยังคลองสุเอซและแหลม Good Hope ของแอฟริกาใต้ ท่าเรือของจิบูตีจึงเป็นศูนย์กลางขนถ่ายสินค้าและบริการกระจายเข้าสู่ประเทศที่ไม่มีทางออกทะเลในอนุภูมิภาคแอฟริกาเหนือและตะวันออก
- เศรษฐกิจของจิบูตีพึ่งพาการให้บริการทางท่าเรือซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศ โดยร้อยละ 80 ของการขนส่งสู่ท่าเรือเป็นการขนส่งจากเอธิโอเปีย นอกนั้นใช้เส้นทางรถไฟระหว่างกรุงแอดดิสอาบาบากับกรุงจิบูตี ซึ่งเป็นเพียงเส้นทางเดียวที่สินค้าและบริการสามารถเข้าสู่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงใต้ของเอธิโอเปีย ท่าเรือของจิบูตีเป็นจุด re-export สินค้าเข้าสู่ตลาดในแอฟริกาตะวันออก และกลุ่มประเทศตลาดร่วมแห่งภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกและแอฟริกาใต้ (Common Market for Eastern and Southern Africa - COMESA)
- จิบูตีให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบท่าเรือเป็นอย่างมาก โดยการท่าของจิบูตีได้มอบหมายให้ บริษัท Dubai Ports World (DPW) ซึ่งเป็นบริษัทของรัฐบาลสหรัฐอาหรับอามิเรตส์ บริหารท่าเรือในจิบูตี 2 แห่ง ได้แก่ Port of Djibouti ที่เมืองหลวง และ Doraleh ซึ่งอยู่ห่างจาก Port of Djibouti ประมาณ 10 กิโลเมตร โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ท่าเรือ Doraleh เป็น (1) จุดศูนย์กลางการค้าและอุตสาหกรรมแบบปลอดภาษี (2) จุดขนถ่ายสินค้า และ (3) จุดขนถ่ายน้ำมัน โดยจิบูตีหวังว่า จิบูตีเป็นจุดขนถ่ายสินค้าที่สำคัญใน Horn of Africa และต้องการยกระดับขีดความสามารถของเมืองท่าให้ทัดเทียมกับเมืองท่า Mombasa ของเคนยา ล่าสุด จิบูตี วางแผนที่จะเปิดท่าเรือแห่งที่สาม แต่ต้องชะลอโครงการออกไป เนื่องจากปริมาณตู้สินค้าที่ผ่านจิบูตีลดลง และปัญหาด้านการเงินของ Dubai World ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ DPW
- จิบูตีไม่มีทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ ไม่มีน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติ อีกทั้งยังไม่มีดินและน้ำที่เหมาะสมต่อการเกษตรกรรม จึงต้องพึ่งพาการนำเข้าอาหารเป็นจำนวนมากในแต่ละปี
3. นโยบายต่างประเทศ
- จิบูตีดำเนินนโยบายต่างประเทศแบบเป็นกลาง และมุ่งให้ความสำคัญกับทุกประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน (โซมาเลีย เอธิโอเปีย และเอริเทรีย) ประเทศมหาอำนาจชาติตะวันตก เพื่อผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง จิบูตีให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจโลกหลังจากต้องเผชิญหน้ากับภาวะเศรษฐกิจถดถอย และปัญหาความมั่นคงในภูมิภาคแอฟริกา เนื่องจากจิบูตีได้รับผลกระทบโดยตรงจากปัญหาความไม่สงบในโซมาเลีย และโจรสลัดโซมาเลียในอ่าวเอเดน
3.1 เอธิโอเปีย – จิบูตีมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับเอธิโอเปีย เนื่องจากจิบูตีเป็นเมืองท่าที่สำคัญที่สุดของเอธิโอเปียและรายได้หลักของจิบูตีมาจากการเป็นท่าเรือขนถ่ายสินค้าไปยังเอธิโอเปีย
3.2 เอริเทรีย – ความสัมพันธ์ระหว่างจิบูตีและเอริเทรียดีขึ้น ภายหลังเอริเทรียยอมถอนทหารออกจากดินแดนข้อพิพาทกับจิบูตี ทางตอนเหนือของจิบูตี บริเวณ Cape Doumeira และ Doumeira Islands เมื่อช่วงกลางปี 2553 (ค.ศ. 2010) ตามข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ที่ 1862 (2009) ขณะนี้ ทั้งสองฝ่ายกำลังตกลงเจรจาแบ่งเขตแดน โดยมีกาตาร์เป็นผู้ไกล่เกลี่ย
3.3 โซมาเลีย – จิบูตีเป็นอีกประเทศที่มีบทบาทต่อปัญหาในโซมาเลีย จิบูตีเป็นผู้จัดการประชุมของกลุ่มต่างๆ ในโซมาเลียเมื่อปี 2543 (ค.ศ. 2000) และเมื่อปี 2551-2552 (ค.ศ. 2008-2009) ซึ่งไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลรักษาการณ์โซมาเลีย (Transitional Federal Government - TFG) ชุดปัจจุบัน ที่มี Sheikh Sharif Sheikh Ahmed เป็นประธานาธิบดี ล่าสุด เมื่อเดือนธันวาคม 2554 (ค.ศ. 2011) จิบูตีได้ส่งกองกำลังทหารจำนวน 450 นาย เข้าร่วมภารกิจของสหภาพแอฟริกาในโซมาเลีย (African Union Mission in Somalia - AMISOM) ร่วมกับยูกันดาและบุรุนดี
3.4 ความสัมพันธ์กับประเทศในตะวันออกกลาง – จิบูตีมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจอันดีกับกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสหรัฐอาหรับอามิเรสต์ (รัฐดูไบ) ที่เข้ามาดำเนินการกิจการท่าเรือในจิบูตี และกาตาร์ที่เป็นตัวไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างจิบูตีและเอริเทรีย
3.5 ความสัมพันธ์กับประเทศตะวันตก – จิบูตีมีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศมหาอำนาจ โดยเฉพาะฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกา โดยฝรั่งเศสให้ความช่วยเหลือทางการเงินจำนวนมากแก่จิบูตี และมีฐานทัพอยู่ในจิบูตี รัฐบาลจิบูตีมีนโยบายชัดเจนในการต่อต้านการก่อการร้าย โดยได้อนุญาตให้สหรัฐฯ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น เข้ามาตั้งฐานทัพในจิบูตี นอกจากนี้ จิบูตียังอนุญาตให้เรือรบประเทศต่างๆ เข้ามาในเขตเดินเรือของตนเอง เพื่อปฏิบัติการลาดตระเวนปราบปรามโจรสลัดในอ่าวเอเดนและมหาสมุทรอินเดีย
3.6 บทบาทในเวทีระหว่างประเทศ – จิบูตีเป็นสมาชิกสหภาพแอฟริกา (African Union - AU) สันนิบาตอาหรับ (League of Arab States) องค์กรการประชุมอิสลาม (Organization of the Islamic Conference - OIC) องค์การระหว่างประเทศของกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส (International Organization of Francophones - OIF) และเป็นที่ตั้งสำนักใหญ่ IGAD (Intergovernmental Authority on Development) ซึ่งเป็นองค์การด้านความร่วมมือในภูมิภาค Horn of Africa
ข้อมูลเศรษฐกิจ/การค้า (ปี 2554)
สถิติที่สำคัญไทย-จิบูตี (2554)
1. ความสัมพันธ์ทั่วไป
1.1 ความสัมพันธ์ด้านการทูต
ไทยกับจิบูตีสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2529 (ค.ศ. 1986) โดยไทยได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร มีเขตอาณาครอบคลุม จิบูตี และเอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐจิบูตี ถิ่นพำนัก ณ กรุงไคโร คนปัจจุบัน คือ นายชลิต มานิตยกุล ฝ่ายจิบูตีมอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตประจำประเทศญี่ปุ่น มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทยและเอกอัครราชทูตจิบูตีประจำประเทศไทย ถิ่นพำนัก ณ กรุงโตเกียว คนปัจจุบัน คือ นาย Ahmed Araita Ali นอกจากนี้ ฝ่ายไทยได้แต่งตั้งนาง Koran Ahmed Aouled ทนายความหญิงชาวจิบูตีให้ดำรงตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์ไทยประจำจิบูตี
1.2 ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ
ในปี 2553(ค.ศ. 2010) การค้าระหว่างไทยและจิบูตีมีมูลค่า 30.75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยส่งออกเป็นมูลค่า 30.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จิบูตีส่งออกมายังไทยเป็นมูลค่า 0.06 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้เปรียบดุลการค้าจิบูตีถึง 30.62 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าที่ไทยส่งออกไปจิบูตี ได้แก่ เม็ดพลาสติก ผลิตภัณฑ์พลาสติก เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ ข้าว อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เครื่องนุ่งห่ม ผลิตภัณฑ์เซรามิค กระดาษและผลิตภัณฑ์ ส่วนรายการสินค้าที่ไทยนำเข้าจากจิบูตีนั้นไม่ปรากฏ
ด้านการลงทุน บริษัท Thai Export 1980 ทำธุรกิจไซโลข้าวในจิบูตี ตามคำเชิญชวนของรัฐบาลจิบูตีเมื่อปี 2551 (ค.ศ. 2008)
1.3 ความสัมพันธ์ทางสังคมและวัฒนธรรม
(1) ทั้งสองฝ่ายมีการลงนามความตกลงด้านวัฒนธรรมระหว่างไทย-จิบูตี เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2547 แต่ยังไม่มีโครงการความร่วมมือทางด้านวัฒนธรรมระหว่างกัน ไทยได้ให้ความช่วยเหลือในการฝึกอบรมผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ของจิบูตีในหลายด้าน อาทิ ด้านการเกษตร การชลประทาน สาธารณสุข โดยได้มีการจัดเชิญผู้แทนจากจิบูตีมาเข้าร่วมการฝึกอบรมตามโครงการต่างๆ ที่ไทยจัดขึ้น อาทิ
- กิจกรรมดูงานในหัวข้อ AIDS Prevention and Problem Alleviation ที่ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 1-9 กรกฎาคม 2547
- จัด Workshop on Comprehensive Response to HIV/AIDS Prevention Care ซึ่งรัฐบาลไทยได้จัดขึ้นสำหรับ UNDP ที่กรุงไนโรบี ระหว่างวันที่ 22-24 มิถุนายน 2548 เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้าน การจัดการกับปัญหา HIV/AIDS
- รัฐบาลไทยได้จัดโครงการดูงานด้านการขจัดความยากจนให้แก่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของจิบูตี จำนวน 5 คน ระหว่างวันที่ 7-11 พฤศจิกายน 2548
- กิจกรรมศึกษาดูงานโครงการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ระหว่างวันที่ 24-28 กรกฎาคม 2549 (ค.ศ. 2006)
- จัดหลักสูตร Malaria Prevention and Control ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม- 25 มิถุนายน 2553(ค.ศ. 2010)
2. ความตกลงที่สำคัญกับไทย
2.1 ความตกลงว่าด้วยการบริการเดินอากาศ (ลงนามเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2547)
2.2 ความตกลงด้านวัฒนธรรม (ลงนามเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2547)
3. การเยือนที่สำคัญ
3.1 ฝ่ายไทย
รัฐบาล
- เมื่อวันที่ 11-12 กันยายน 2546 นายสนั่นชาติ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกานำคณะผู้แทนเยือนจิบูตี เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และศึกษาศักยภาพของจิบูตี และได้เข้าพบนาย Ali Abdi Farah รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจิบูตี
3.2 ฝ่ายจิบูตี
รัฐบาล
- เมื่อวันที่ 7-11 มิถุนายน 2547 นาย Ali Abdi Farah รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจิบูตี นำคณะเยือนไทย ในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ และได้พบหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2547
- เมื่อวันที่ 26-29 กรกฎาคม 2547 นาย Ismail Omar Guelleh ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐจิบูตี เยือนไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาล ได้พบหารือกับนายกรัฐมนตรีในวันที่ 28 กรกฎาคม 2547 และได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2547 ที่พระราชวังไกลกังวล
- เมื่อวันที่ 12-15 สิงหาคม 2551 นาย Mahmoud Ali Youssouf รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจิบูตี เยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของกระทรวงฯ
สถานะเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2555
The Republic of Djibouti
| ข้อมูลทั่วไป
ที่ตั้ง ตั้งอยู่ในทวีปแอฟริกา ทิศเหนือติดเอริเทรีย ทิศตะวันตก และใต้ ติดเอธิโอเปีย ทิศตะวันออกเฉียงใต้ติดโซมาเลีย ทิศตะวันออกติดอ่าว Aden และทะเลแดง |
พื้นที่ 23,200 ตร.กม. (เล็กกว่าไทยประมาณ 22 เท่า)
เมืองหลวง กรุงจิบูตี (Djibouti)
ภูมิอากาศ ร้อนแห้งแล้งแบบทะเลทราย
ประชากร 840,000 คน (2554)
ภาษา ฝรั่งเศส และอารบิก
ศาสนา อิสลาม 94% คริสต์ 6%
วันชาติ 27 มิถุนายน
ระบบการปกครอง สาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุข และมีนายกรัฐมนตรีซึ่งแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร มีสภาเดียวคือ Chamber of Deputies หรือ Chambre des Députés มาจากการเลือกตั้ง 65 คน
ประธานาธิบดี นายอิสมาอิล โอมาร์ เกลลีห์ (Ismaïl Omar Guelleh)
นายกรัฐมนตรี นายไดเลียตา โมฮาเหม็ด ไดเลียตา (Dileita Mohamed Dileita)
รมว.กต. นายมาฮะหมุด อาลี ยูซุฟ (Mahamoud Ali Youssouf)
เว็บไซต์ทางการ www.spp.dj
ประวัติโดยสังเขป
- จิบูตีเป็นอาณานิคมภายใต้การปกครองของฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 2510 โดยใช้ชื่อว่า ดินแดน Afars and Issas ซึ่งเป็นชื่อของกลุ่มชนพื้นเมืองในจิบูตีที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับชนพื้นเมืองในเอธิโอเปีย (Afar) และโซมาเลีย (Issa)
- จิบูตีได้รับเอกราชเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2520 โดยมีนาย Hassan Gouled Aptidon ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรกของจิบูตี นาย Aptidon ปกครองประเทศด้วยระบอบเผด็จการ มีพรรคการเมืองพรรคเดียว คือ พรรค Rassemblement populaire pour le progres (RPP) ซึ่งมีสมาชิกเป็นชาว Issa เท่านั้น เป็นสาเหตุให้เกิดความไม่พอใจและความขัดแย้งของสองชนเผ่า ต่อมาความขัดแย้งได้ทวีความรุนแรงขึ้น จนกลายเป็นสงครามกลางเมืองระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับกลุ่มต่อต้านที่ต่อมาได้จัดตั้งพรรค Front pour la restauration de l'unite et de la democratie (FRUD) ของชาว Afar ขึ้น
- ในเดือนธันวาคม 2537 ความขัดแย้งได้คลี่คลายลง เมื่อรัฐบาลได้ลงนามสันติภาพกับพรรค FRUD และให้ผู้นำพรรคเข้าดำรงตำแหน่งในรัฐสภา ด้วยเหตุนี้ทำให้เกิดความแตกแยกในพรรค FRUD ในขณะเดียวกับที่พรรค RPP ได้รับคะแนนนิยมจากประชาชนมากขึ้น
- หลังจากนั้นนาย Ismail Omar Guelleh ลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีแทนนาย Aptidon เนื่องจากมีปัญหาด้านสุขภาพ และได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2542 ต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2544 นาย Ahmed Dini ผู้นำทางทหารของพรรค FRUD ได้ลงนามข้อตกลงสันติภาพร่วมกับฝ่ายรัฐบาลเพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งทั่วไป (parliamentary election) ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2545
- ในการเลือกตั้งประธานาธิบดี ปี 2548 (ค.ศ. 2005) และปี 2554 (ค.ศ. 2011) พรรคการเมืองฝ่ายค้านได้คว่ำบาตร โดยไม่ส่งผู้สมัครเข้าแข่งขันในการเลือกตั้ง ส่งผลให้ นาย Guelleh ได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งอย่างท่วมท้นทั้ง 2 ครั้ง และดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีมาจึงถึงปัจจุบัน เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน
- ต่อมา นาย Guelleh ได้ปกครองประเทศอย่างเข้มงวดและเฉียบขาด โดยใช้ระบบอุปถัมภ์ ควบคุมรัฐบาล ฝ่ายนิติบัญญัติ และกองทัพ ปิดกั้นการเสนอข่าวของสื่ออย่างเสรี และใช้อำนาจรัฐกำจัดฝ่ายตรงข้ามอย่างเด็ดขาด สร้างความไม่พอใจแก่ฝ่ายค้านและประชาชนเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่สามารถต้านทานอำนาจของนายGuelleh ได้
1. การเมืองการปกครอง
1.1 ระบบการปกครอง
จิบูตีมีระบบการปกครองแบบสาธารณรัฐ โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐ อยู่ในตำแหน่งคราวละ 6 ปี ระบบพรรคการเมืองแบบหลายพรรคถูกจัดตั้งขึ้นหลังจากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2535 โดยปัจจุบันมี 9 พรรคการเมือง โดยแบ่งเป็น 2 ฝ่ายหลักๆ ได้แก่ ฝ่ายสนับสนุนประธานาธิบดี Union pour la majorite presidentielle (UMP) และฝ่ายค้าน Union pour une alternance democratique (UAD) ระบบการบริหารราชการแผ่นดินมีสภาเดียวคือ สภาผู้แทน ราษฎร (Chamber of Deputies หรือ Chambre des Deputes) ซึ่งมีสมาชิกจำนวน 65 คนมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน มีวาระสมัยละ 5 ปี สำหรับระบบกฎหมายของจิบูตีนั้นได้รับอิทธิพลจากระบบกฎหมายของฝรั่งเศสและระบบกฎหมายอิสลาม (Sharia - Islamic Law)
จิบูตี แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 6 เขต ได้แก่ Ali Sabieh, Arta, Dikhil, Djibouti, Oback และ Tadjourah
2. เศรษฐกิจและสังคม
- จิบูตีเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญในภูมิภาคแอฟริกาตะวันออก เนื่องจากที่ตั้งของจิบูตี อยู่บนเส้นทางการเดินเรือและเป็นจุดผ่านในการขนถ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงจากอ่าวอาหรับและอ่าวเปอร์เซีย ไปยังคลองสุเอซและแหลม Good Hope ของแอฟริกาใต้ ท่าเรือของจิบูตีจึงเป็นศูนย์กลางขนถ่ายสินค้าและบริการกระจายเข้าสู่ประเทศที่ไม่มีทางออกทะเลในอนุภูมิภาคแอฟริกาเหนือและตะวันออก
- เศรษฐกิจของจิบูตีพึ่งพาการให้บริการทางท่าเรือซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศ โดยร้อยละ 80 ของการขนส่งสู่ท่าเรือเป็นการขนส่งจากเอธิโอเปีย นอกนั้นใช้เส้นทางรถไฟระหว่างกรุงแอดดิสอาบาบากับกรุงจิบูตี ซึ่งเป็นเพียงเส้นทางเดียวที่สินค้าและบริการสามารถเข้าสู่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงใต้ของเอธิโอเปีย ท่าเรือของจิบูตีเป็นจุด re-export สินค้าเข้าสู่ตลาดในแอฟริกาตะวันออก และกลุ่มประเทศตลาดร่วมแห่งภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกและแอฟริกาใต้ (Common Market for Eastern and Southern Africa - COMESA)
- จิบูตีให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบท่าเรือเป็นอย่างมาก โดยการท่าของจิบูตีได้มอบหมายให้ บริษัท Dubai Ports World (DPW) ซึ่งเป็นบริษัทของรัฐบาลสหรัฐอาหรับอามิเรตส์ บริหารท่าเรือในจิบูตี 2 แห่ง ได้แก่ Port of Djibouti ที่เมืองหลวง และ Doraleh ซึ่งอยู่ห่างจาก Port of Djibouti ประมาณ 10 กิโลเมตร โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ท่าเรือ Doraleh เป็น (1) จุดศูนย์กลางการค้าและอุตสาหกรรมแบบปลอดภาษี (2) จุดขนถ่ายสินค้า และ (3) จุดขนถ่ายน้ำมัน โดยจิบูตีหวังว่า จิบูตีเป็นจุดขนถ่ายสินค้าที่สำคัญใน Horn of Africa และต้องการยกระดับขีดความสามารถของเมืองท่าให้ทัดเทียมกับเมืองท่า Mombasa ของเคนยา ล่าสุด จิบูตี วางแผนที่จะเปิดท่าเรือแห่งที่สาม แต่ต้องชะลอโครงการออกไป เนื่องจากปริมาณตู้สินค้าที่ผ่านจิบูตีลดลง และปัญหาด้านการเงินของ Dubai World ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ DPW
- จิบูตีไม่มีทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ ไม่มีน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติ อีกทั้งยังไม่มีดินและน้ำที่เหมาะสมต่อการเกษตรกรรม จึงต้องพึ่งพาการนำเข้าอาหารเป็นจำนวนมากในแต่ละปี
3. นโยบายต่างประเทศ
- จิบูตีดำเนินนโยบายต่างประเทศแบบเป็นกลาง และมุ่งให้ความสำคัญกับทุกประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน (โซมาเลีย เอธิโอเปีย และเอริเทรีย) ประเทศมหาอำนาจชาติตะวันตก เพื่อผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง จิบูตีให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจโลกหลังจากต้องเผชิญหน้ากับภาวะเศรษฐกิจถดถอย และปัญหาความมั่นคงในภูมิภาคแอฟริกา เนื่องจากจิบูตีได้รับผลกระทบโดยตรงจากปัญหาความไม่สงบในโซมาเลีย และโจรสลัดโซมาเลียในอ่าวเอเดน
3.1 เอธิโอเปีย – จิบูตีมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับเอธิโอเปีย เนื่องจากจิบูตีเป็นเมืองท่าที่สำคัญที่สุดของเอธิโอเปียและรายได้หลักของจิบูตีมาจากการเป็นท่าเรือขนถ่ายสินค้าไปยังเอธิโอเปีย
3.2 เอริเทรีย – ความสัมพันธ์ระหว่างจิบูตีและเอริเทรียดีขึ้น ภายหลังเอริเทรียยอมถอนทหารออกจากดินแดนข้อพิพาทกับจิบูตี ทางตอนเหนือของจิบูตี บริเวณ Cape Doumeira และ Doumeira Islands เมื่อช่วงกลางปี 2553 (ค.ศ. 2010) ตามข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ที่ 1862 (2009) ขณะนี้ ทั้งสองฝ่ายกำลังตกลงเจรจาแบ่งเขตแดน โดยมีกาตาร์เป็นผู้ไกล่เกลี่ย
3.3 โซมาเลีย – จิบูตีเป็นอีกประเทศที่มีบทบาทต่อปัญหาในโซมาเลีย จิบูตีเป็นผู้จัดการประชุมของกลุ่มต่างๆ ในโซมาเลียเมื่อปี 2543 (ค.ศ. 2000) และเมื่อปี 2551-2552 (ค.ศ. 2008-2009) ซึ่งไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลรักษาการณ์โซมาเลีย (Transitional Federal Government - TFG) ชุดปัจจุบัน ที่มี Sheikh Sharif Sheikh Ahmed เป็นประธานาธิบดี ล่าสุด เมื่อเดือนธันวาคม 2554 (ค.ศ. 2011) จิบูตีได้ส่งกองกำลังทหารจำนวน 450 นาย เข้าร่วมภารกิจของสหภาพแอฟริกาในโซมาเลีย (African Union Mission in Somalia - AMISOM) ร่วมกับยูกันดาและบุรุนดี
3.4 ความสัมพันธ์กับประเทศในตะวันออกกลาง – จิบูตีมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจอันดีกับกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสหรัฐอาหรับอามิเรสต์ (รัฐดูไบ) ที่เข้ามาดำเนินการกิจการท่าเรือในจิบูตี และกาตาร์ที่เป็นตัวไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างจิบูตีและเอริเทรีย
3.5 ความสัมพันธ์กับประเทศตะวันตก – จิบูตีมีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศมหาอำนาจ โดยเฉพาะฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกา โดยฝรั่งเศสให้ความช่วยเหลือทางการเงินจำนวนมากแก่จิบูตี และมีฐานทัพอยู่ในจิบูตี รัฐบาลจิบูตีมีนโยบายชัดเจนในการต่อต้านการก่อการร้าย โดยได้อนุญาตให้สหรัฐฯ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น เข้ามาตั้งฐานทัพในจิบูตี นอกจากนี้ จิบูตียังอนุญาตให้เรือรบประเทศต่างๆ เข้ามาในเขตเดินเรือของตนเอง เพื่อปฏิบัติการลาดตระเวนปราบปรามโจรสลัดในอ่าวเอเดนและมหาสมุทรอินเดีย
3.6 บทบาทในเวทีระหว่างประเทศ – จิบูตีเป็นสมาชิกสหภาพแอฟริกา (African Union - AU) สันนิบาตอาหรับ (League of Arab States) องค์กรการประชุมอิสลาม (Organization of the Islamic Conference - OIC) องค์การระหว่างประเทศของกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส (International Organization of Francophones - OIF) และเป็นที่ตั้งสำนักใหญ่ IGAD (Intergovernmental Authority on Development) ซึ่งเป็นองค์การด้านความร่วมมือในภูมิภาค Horn of Africa
ข้อมูลเศรษฐกิจ/การค้า (ปี 2554)
| ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ | 1.33 พันล้าน USD (ไทย: 355.4 พันล้าน USD) |
| รายได้ประชาชาติต่อหัว | 1,577.49 USD (ไทย: 5,257.9 USD) |
| การขยายตัวทางเศรษฐกิจ | ร้อยละ 3.5 (ไทย: ร้อยละ 1.5) |
| อัตราเงินเฟ้อ | ร้อยละ 4.5 (ไทย: ร้อยละ 3.8) |
| ทุนสำรอง
| 230.6 ล้าน USD (ไทย: 178.3 พันล้าน USD) |
| อุตสาหกรรมที่สำคัญ | การบริการท่าเรือ และการกระจายสินค้า |
| ทรัพยากรธรรมชาติ | พลังงานความร้อนใต้พิภพ (Geothermal areas) ทอง หินแกรนิต หินอ่อน เกลือ ยิปซั่ม หินปูน หินภูเขาไฟ ปิโตรเลียม |
| สินค้าส่งออกที่สำคัญ | การขนส่งและเป็นจุดเปลี่ยนผ่านสินค้า (re-exports) หนังสัตว์ กาแฟสำเร็จรูป |
| สินค้านำเข้าที่สำคัญ | อาหารและเครื่องดื่ม อุปกรณ์การขนส่ง เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม |
| ประเทศคู่ค้าที่สำคัญ | ส่งออกไป เอธิโอเปีย โซมาเลีย ฝรั่งเศส |
| (สถิติปี 2553) | นำเข้าจาก ซาอุดีอาระเบีย อินเดีย สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย |
| หน่วยเงินตรา | ฟรังก์จิบูตี (DJF) (1 บาท=5.71 DJF) (สถานะ ณ 20 มิ.ย. 54) |
สถิติที่สำคัญไทย-จิบูตี (2554)
| มูลค่าการค้าไทย-จิบูตี
| 37.85 ล้าน USD (ไทยส่งออก 37.82 ล้าน USD ไทยนำเข้า 0.03 ล้าน USD ไทยได้ดุลการค้า 37.79 ล้าน USD)
|
| สินค้าส่งออกของไทย | เม็ดพลาสติก ผลิตภัณฑ์พลาสติก เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ ข้าว อาหารทะเลและกระป๋องและแปรรูป เครื่องนุ่งห่ม ผลิตภัณฑ์เซรามิค กระดาษและผลิตภัณฑ์
|
| สินค้านำเข้าจากจิบูตี | ไม่ปรากฎรายงานสินค้านำเข้า |
| การลงทุน | ไม่ปรากฏข้อมูล
|
| การท่องเที่ยว | ชาวจิบูตีมาไทย 129 คน (2553) |
| คนไทยในจิบูตี | ไม่มีข้อมูล |
| การตรวจ
ลงตรา | ขอรับการตรวงลงตราตามปกติได้ที่ สถานเอกอัครราชทูตจิบูตีประจำญี่ปุ่น |
| สำนักงานของไทยในจิบูตี | ณ กรุงจิบูตี (สถานกงสุลกิตติมศักดิ์) (กงสุลกิตติมศักดิ์ไทยประจำจิบูตี คือ Ms. Koran Ahmed Aouled) / สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร |
| สำนักงานของจิบูตีที่ดูแลไทย | สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย |
1. ความสัมพันธ์ทั่วไป
1.1 ความสัมพันธ์ด้านการทูต
ไทยกับจิบูตีสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2529 (ค.ศ. 1986) โดยไทยได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร มีเขตอาณาครอบคลุม จิบูตี และเอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐจิบูตี ถิ่นพำนัก ณ กรุงไคโร คนปัจจุบัน คือ นายชลิต มานิตยกุล ฝ่ายจิบูตีมอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตประจำประเทศญี่ปุ่น มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทยและเอกอัครราชทูตจิบูตีประจำประเทศไทย ถิ่นพำนัก ณ กรุงโตเกียว คนปัจจุบัน คือ นาย Ahmed Araita Ali นอกจากนี้ ฝ่ายไทยได้แต่งตั้งนาง Koran Ahmed Aouled ทนายความหญิงชาวจิบูตีให้ดำรงตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์ไทยประจำจิบูตี
1.2 ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ
ในปี 2553(ค.ศ. 2010) การค้าระหว่างไทยและจิบูตีมีมูลค่า 30.75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยส่งออกเป็นมูลค่า 30.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จิบูตีส่งออกมายังไทยเป็นมูลค่า 0.06 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้เปรียบดุลการค้าจิบูตีถึง 30.62 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าที่ไทยส่งออกไปจิบูตี ได้แก่ เม็ดพลาสติก ผลิตภัณฑ์พลาสติก เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ ข้าว อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เครื่องนุ่งห่ม ผลิตภัณฑ์เซรามิค กระดาษและผลิตภัณฑ์ ส่วนรายการสินค้าที่ไทยนำเข้าจากจิบูตีนั้นไม่ปรากฏ
ด้านการลงทุน บริษัท Thai Export 1980 ทำธุรกิจไซโลข้าวในจิบูตี ตามคำเชิญชวนของรัฐบาลจิบูตีเมื่อปี 2551 (ค.ศ. 2008)
1.3 ความสัมพันธ์ทางสังคมและวัฒนธรรม
(1) ทั้งสองฝ่ายมีการลงนามความตกลงด้านวัฒนธรรมระหว่างไทย-จิบูตี เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2547 แต่ยังไม่มีโครงการความร่วมมือทางด้านวัฒนธรรมระหว่างกัน ไทยได้ให้ความช่วยเหลือในการฝึกอบรมผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ของจิบูตีในหลายด้าน อาทิ ด้านการเกษตร การชลประทาน สาธารณสุข โดยได้มีการจัดเชิญผู้แทนจากจิบูตีมาเข้าร่วมการฝึกอบรมตามโครงการต่างๆ ที่ไทยจัดขึ้น อาทิ
- กิจกรรมดูงานในหัวข้อ AIDS Prevention and Problem Alleviation ที่ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 1-9 กรกฎาคม 2547
- จัด Workshop on Comprehensive Response to HIV/AIDS Prevention Care ซึ่งรัฐบาลไทยได้จัดขึ้นสำหรับ UNDP ที่กรุงไนโรบี ระหว่างวันที่ 22-24 มิถุนายน 2548 เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้าน การจัดการกับปัญหา HIV/AIDS
- รัฐบาลไทยได้จัดโครงการดูงานด้านการขจัดความยากจนให้แก่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของจิบูตี จำนวน 5 คน ระหว่างวันที่ 7-11 พฤศจิกายน 2548
- กิจกรรมศึกษาดูงานโครงการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ระหว่างวันที่ 24-28 กรกฎาคม 2549 (ค.ศ. 2006)
- จัดหลักสูตร Malaria Prevention and Control ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม- 25 มิถุนายน 2553(ค.ศ. 2010)
2. ความตกลงที่สำคัญกับไทย
2.1 ความตกลงว่าด้วยการบริการเดินอากาศ (ลงนามเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2547)
2.2 ความตกลงด้านวัฒนธรรม (ลงนามเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2547)
3. การเยือนที่สำคัญ
3.1 ฝ่ายไทย
รัฐบาล
- เมื่อวันที่ 11-12 กันยายน 2546 นายสนั่นชาติ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกานำคณะผู้แทนเยือนจิบูตี เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และศึกษาศักยภาพของจิบูตี และได้เข้าพบนาย Ali Abdi Farah รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจิบูตี
3.2 ฝ่ายจิบูตี
รัฐบาล
- เมื่อวันที่ 7-11 มิถุนายน 2547 นาย Ali Abdi Farah รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจิบูตี นำคณะเยือนไทย ในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ และได้พบหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2547
- เมื่อวันที่ 26-29 กรกฎาคม 2547 นาย Ismail Omar Guelleh ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐจิบูตี เยือนไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาล ได้พบหารือกับนายกรัฐมนตรีในวันที่ 28 กรกฎาคม 2547 และได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2547 ที่พระราชวังไกลกังวล
- เมื่อวันที่ 12-15 สิงหาคม 2551 นาย Mahmoud Ali Youssouf รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจิบูตี เยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของกระทรวงฯ
สถานะเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2555
