รายชื่อประเทศในทวีปแอฟริกา
 กานา
 กาบอง
 กินี
 กินีบิสเซา
 แกมเบีย
 โกตดิวัวร์
 คองโก
 คอโมโรส
 เคนยา
 เคปเวิร์ด
 แคเมอรูน
 จิบูตี
 ชาด
 ซิมบับเว
 ซูดาน
เซาท์ซูดาน
 เซเชลล์
 เซเนกัล
 เซาตูเมและปรินซิปี
 เซียร์รา ลีโอน
 แซมเบีย
 โซมาเลีย
 ตูนีเซีย
 โตโก
 แทนซาเนีย
 นามิเบีย
 ไนจีเรีย
 ไนเจอร์
 บอตสวานา
 บุรุนดี
 บูร์กินาฟาโซ
 เบนิน
 มอริเชียส
 มอริเตเนีย
 มาดากัสการ์
 มาลาวี
 มาลี
 โมซัมบิก
 โมร็อกโก
 ยูกันดา
 รวันดา
 ลิเบีย
 เลโซโท
 ไลบีเรีย
 สวาซิแลนด์
 สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก
 อิเควทอเรียลกินี
 อียิปต์
 เอธิโอเปีย
 เอริเทรีย
 แองโกลา
 แอฟริกากลาง
 แอฟริกาใต้
 แอลจีเรีย



Back to Top

Visitors
hit counter script
สาธารณรัฐกินี
The Republic of Guinea




(คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่)
ข้อมูลทั่วไป
ที่ตั้ง ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกของทวีปแอฟริกา
ทิศเหนือ ติดกับกินี-บิสเซา เซเนกัล และมาลี
ทิศใต้ ติดกับ ไลบีเรีย และเซียร์ราลีโอน
ทิศตะวันออก ติดกับมาลี และโกตดิวัวร์
ทิศตะวันตก ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก

พื้นที่
245,857 ตร.กม. (เล็กกว่าไทยครึ่งหนึ่ง)

เมืองหลวง กรุงโคนักรี (Conakry)

ภูมิอากาศ อากาศร้อนชื้นทางภาคใต้ของประเทศ ฤดูฝนจะเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถึงตุลาคม อุณหภูมิประมาณ 22-30 องศาเซลเซียส ฤดูร้อนจะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน ส่วนทางภาคเหนือของประเทศอากาศเย็น และแห้ง

ประชากร 10.95 ล้านคน (2553)

ศาสนา อิสลาม 85% คริสต์ 8% ความเชื่อดั้งเดิม7%

ภาษา ฝรั่งเศส

เชื้อชาติ ฝรั่งเศส เป็นภาษาราชการ ภาษาอื่น ๆ ได้แก่ Pular, Mandigue
และ Soussou

วันชาติ
2 ตุลาคม

รูปแบบการปกครอง แบบสาธารณรัฐ โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุข โดยประธานาธิบดีเป็นผู้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร

ประมุขแห่งรัฐและผู้นำรัฐบาล ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือ นาย Alpha Conde (ดำรงตำแหน่งเมื่อ 21 ธันวาคม 2553) นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน คือ นาย Mohamed Said Fofana เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2553

ประธานาธิบดี นายมุสซา คาดิส คามาร่า (Moussa Dadis Camara)

นายกรัฐมนตรี นายชอง-มารี ดอเร่ (Jean-Marie Dore)

รมว.กต. นาย บาคารี โฟฟานา (Bakary Fofana)

เว็บไซต์ทางการ www.guinee.gov.gn

ประวัติศาสตร์โดยสังเขป
พื้นที่ของกินีในปัจจุบัน เคยถูกรวมเข้ากับอาณาจักร ต่างๆในแอฟริกาตะวันตก ได้แก่ อาณาจักรกานา อาณาจักรมาลี และอาณาจักร Songhai ในช่วงศตวรรษที่ 10 จนถึงศตวรรษที่ 15 ที่ภูมิภาคนี้ได้ติดต่อค้าขายกับยุโรปนับจากศตวรรษที่ 15 ยุคอาณานิคมของกินีเริ่มต้น ด้วยการขยายอิทธิพลของกองทัพฝรั่งเศสเข้าไปสู่ ดินแดนแถบนี้ในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 และแล้วกินีก็ได้ตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสนับตั้งแต่ ปี 2441 (ค.ศ.1989) เป็นต้นมาหลังจากพ่ายแพ้ให้กับกองทัพฝรั่งเศสที่นำโดยนาย Almamy Samory Toure ซึ่งส่งผลให้ฝรั่งเศสเข้ามาควบคุมกินีและดินแดนใกล้เคียงได้มาถึงทุกวันนี้

ฝรั่งเศสได้ทำการเจรจาตกลงเรื่องเขตแดนของกินีดัง ที่เห็นอยู่ในปัจจุบันในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และต้นศตวรรษที่ 20 โดยแบ่งเซียร์ราลีโอนให้เป็นของอังกฤษ อาณานิคมในอ่าวกินี (their Guinea colony) ที่เป็นกินีบิเซาในปัจจุบันและไลบีเรียแบ่งให้เป็นของโปรตุเกส ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส ประเทศกินีได้ถูกก่อตั้งขึ้นมาจากดินแดนกินีที่อยู่ภายใต้เขตปกครองแอฟริกา ตะวันตกของฝรั่งเศส โดยมีผู้ปกครองคือผู้สำเร็จราชการของฝรั่งเศสที่พำนักอยู่ในกรุงดาการ์ และมีผู้แทนแยกกันปกครองดูแลในอาณานิคมที่ต่างๆซึ่งรวมทั้งกินีด้วย


การเมืองการปกครอง
ฝรั่งเศสเข้ายึดครองดินแดนกินีเป็นอาณานิคมโดย ปกครองจากกรุงดาการ์ (ปัจจุบันเป็นเมืองหลวงของเซเนกัล) จนถึงปี 2434 เมื่อกินีได้กลายเป็นอาณานิคมปกครองตนเอง ต่อมาในปี 2550 พรรค Parti democratique de Guinee (PDG) ซึ่งก่อตั้งโดยนาย Ahmed Seku Toure ได้รับเลือกตั้งเป็นเสียงข้างมากในสภาแห่งดินแดนของกินี และปฏิเสธที่จะเข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มประชาคมแอฟริกาของฝรั่งเศส ส่งผลให้ฝรั่งเศสถอนตัวออกจากกินี ซึ่งทำให้กินีรับเอกราชโดยสมบูรณ์เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2501

นาย Ahmed Seku Toure ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรก ได้เอนเอียงเข้าหากลุ่มประเทศยุโรปตะวันออก ตลอดจนจัดการปกครองประเทศตามแนวลัทธิมาร์กซิส และปกครองแบบเผด็จการจนกระทั่งเสียชีวิตอย่างกระทันหันในปี 2527 คณะทหารนำโดยพลเอก Lansana Conte จึงเข้ายึดอำนาจและเริ่มทำการเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม การเมืองยังคงอยู่ภายใต้การปกครองของคณะทหาร

ในปี 2534 ได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ซึ่งมีสาระให้เปิดเสรีทางการเมืองและ อนุญาตให้มีระบบหลายพรรคการเมือง รวมทั้งแยกอำนาจบริหารนิติบัญญัติและตุลาการออกจากกันให้เด่นชัด และกำหนดให้ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจะต้องได้รับคะแนนเสียงข้างมาก เด็ดขาด โดยจัดให้มีการลงคะแนนเสียง 2 รอบ สมาชิกรัฐสภามีจำนวน 114 คน โดย 3 ส่วนจะมาจากการเลือกตั้ง และ 1 ส่วนจะมาจากการแต่งตั้ง

นาย Lansana Conte ได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นครั้งแรกในปี 2536 และได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งอย่างต่อเนื่องในปี 2541 และในปี 2546 ตามลำดับ โดยในปี 2546 ได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ประธานาธิบดีอยู่ในตำแหน่งจากเดิม 5 ปี เพิ่มเป็น 7 ปีด้วย

ปัจจุบัน กินีมีพรรคการเมืองทั้งหมด 13 พรรค โดยพรรค Party for Unity and Progress (PUP) ของประธานาธิบดี Lansana Conte ได้รับเสียงข้างมากในการเลือกตั้งเมื่อปี 2545 โดยได้ที่นั่งทั้งหมด 85 ที่นั่ง การเลือกตั้งสภานิติบัญญัติครั้งต่อไปจะมีขึ้นในปี 2551 ทั้งนี้ การเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งต่อไปจะมีขึ้นในเดือนธันวาคม 2553

เมื่อเดือนมกราคม 2550 ได้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้นในกินี หลังจากสหพันธ์แรงงานใหญ่ในกินีได้เรียกร้องให้มีการชุมนุมประท้วงทั่ว ประเทศเพื่อขับไล่ประธานาธิบดี โดยได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมืองฝ่ายค้าน และเกิดการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมประท้วงกับตำรวจ ส่งผลให้เกิดการจราจลต่อเนื่องโดยรัฐบาลไม่อาจควบคุมสถานการณ์ ซึ่งในที่สุดประธานาธิบดีต้องยินยอมตามคำเรียงร้องของผู้ชุมนุมให้แต่งตั้ง นายกรัฐมนตรีเข้ามาทำหน้าที่บริหารแทนการรวบอำนาจไว้เอง อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งนาย Ahmed Tidiane Souare เป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2551 ถูกมองว่าเป็นการให้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จกับประธานาธิบดีอีกครั้ง เนื่องจากนาย Souare เป็นอดีตผู้ใต้บังคับบัญชา และสนิทสนมกับประธานาธิบดีเป็นอย่างดี

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2551 ประธานาธิบดี Lansana Conte ได้เสียชีวิตลงเนื่องจากปัญหาสุขภาพที่เรื้อรังมาหลายปี เป็นโอกาสให้กองทัพนีนำโดยร้อยเอก Moussa Dadis Camara ได้ทำการรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาล มีการประกาศยุบสภา ยกเลิกรัฐธรรมนูญและสถาบันสำคัญของรัฐ และตั้งสภาแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยและการพัฒนา (National Council for Democracy and Development) ขึ้นแทน โดยมีจุดประสงค์เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและขจัดการฉ้อราษฎร์บังหลวงซึ่ง ฝักรากมาตลอด 25 ปีของรัฐบาลนายพล Conte

การทำรัฐประหารในครั้งนี้แม้ว่าจะมีความตึงเครียด แต่ถือได้ว่าเป็นไปอย่างสงบ และไม่ปรากฎข่าวการใช้ความรุนแรงแต่อย่างใด อีกทั้งยังมีประชาชนหลายพันคนออกมารวมตัวกันสนับสนุนการรัฐประหารตามท้องถนน ในกรุงโคนากรี รอบทำเนียบประธานาธิบดีและกระทรวงต่าง ๆ

อย่างไรก็ดี ภายหลังการทำรัฐประหาร ประชาคมระหว่างประเทศได้ออกมาประณามการยึดอำนาจและกดดันให้ร้อยเอก Camara คืนอำนาจสู่ประชาชนโดยเร็วที่สุด ซึ่งรัฐบาลกินีได้ตอบรับข้อเรียกร้องดังกล่าว โดยประกาศจัดการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาในวันที่ 11 ตุลาคม 2552 และการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 13 ธันวาคม 2552 อนึ่ง หลายฝ่ายคาดว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้จะเป็นที่ยอมรับและอาจเป็นการเลือก ตั้งที่เสรีและโปร่งใสที่สุดของกินีในรอบ 50 ปี

เศรษฐกิจและสังคม
กินีเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยแร่ ธาตุ โดยเฉพาะบอกไซต์ ซึ่งมีปริมาณเกือบครึ่งหนึ่งของโลก และเป็นผู้ผลิตแร่บอกไซต์รายใหญ่เป็น อันดับ 6 ของโลก นอกจากนี้ ยังมีทองคำและเพชรและแร่ธาตุอื่นๆ นับแต่ปี 2547 ความต้องการแร่ธาตุและราคาซื้อขายในตลาดโลกได้ส่งผลให้กินีมี การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น และภาคเหมืองแร่มีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคิดเป็นร้อยละ 70 ของมูลค่าการส่งออก

ภาคเกษตรกรรมยังคงเป็นหัวใจหลักของกินี โดยประชากรกว่าร้อยละ 70 ของประเทศอยู่ในภาคเกษตรกรรม สินค้าเกษตรที่สำคัญได้แก่ มันสำปะหลัง ข้าว และข้าวโพด เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ผลิตผลทางด้านเกษตรกรรมยังคงมีมูลค่าเพียงร้อยละ 20 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ และคิดเป็นร้อยละ 10 ของมูลค่าการส่งออก

แม้ว่ากินีจะมีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม กินียังคงประสบปัญหา การพัฒนาทางเศรษฐกิจ อันเนื่องมาจากความไม่มั่นคงทางการเมือง การคอรัปชั่นที่มีอยู่สูง ระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการลงทุน การขาดแรงงานมีฝีมือ ประกอบกับสถานการณ์การสู้รบในกินีบิสเซา เซียร์ราลีโอน และไลบีเรีย ซึ่งส่งผลให้มีการอพยพจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในกินี ทั้งนี้ กินียังถูกจัดไว้เป็นลำดับที่ 9 ในตารางประเทศล้มเหลว (failed states)

อย่างไรก็ตาม กีนีเริ่มพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์กับภายนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) เพื่อ รื้อฟื้นโครงการพัฒนาและความช่วยเหลือเพื่อการปลดหนี้ที่เคยถูกยกเลิกไป ตั้งแต่ปี 2546

สหประชาชาติจัดให้กินีอยู่ในอันดับที่ 160 จาก 177 ประเทศ ที่มีดัชนีการพัฒนาคน (Human development index-HDI) ต่ำที่สุด ทั้งนี้ ดัชนีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นมาตรฐานสุขภาพที่ย่ำแย่ของชาวกินีและสาธารณูปโภค ที่มีอยู่อย่างจำกัด โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของโรคเอดส์ในกลุ่มแรงงานเหมืองแร่

ภายหลังการยึดอำนาจ ร้อยเอก Camara ได้ประกาศระงับการผลิต และส่งออกทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะบ๊อกไซด์ ทองและเพชร ซึ่งจะได้มีการเจรจากับบริษัทที่รับสัมปทานเพื่อให้กินีได้รับผลประโยชน์ตอบ แทนมากที่สุด

นโยบายต่างประเทศ
ภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดี Conte กินีเอนเอียงเข้าหาตะวันตก โดยเฉพาะฝรั่งเศสและ EU ซึ่งปัจจุบันมีความสำคัญต่อกินีทั้งในด้านการค้าและการให้ความช่วยเหลือ ความสัมพันธ์ระหว่างกินีและประเทศเพื่อนบ้านไม่ค่อยราบรื่น เนื่องจากรัฐบาลกินีมักเข้าแทรกแซงกิจการภายในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งอยู่ในสภาวะสงครามกลางเมือง อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างไลบีเรียและเซียร์ราลีโอนได้พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น เนื่องมาจากการคลี่คลายของปัญหาทางการเมืองของทั้งสองประเทศ

กินีและแอฟริกาใต้มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น หลังจากการเยือนกินีของประธานาธิบดี Thabo Mbeki ในเดือนกรกฎาคม 2548 โดยแอฟริกาใต้ได้เปิดสถานเอกอัครราชทูตที่กรุงโคนักรีของกินี รวมทั้ง บริษัทเพชร De Beers ได้เข้าไปดำเนินกิจการในกินีอีกครั้ง

กินีประสบปัญหาการอพยพเข้ามาของประเทศเพื่อนบ้าน นับแต่ปี 2543 มีจำนวนผู้อพยพจากเซียร์ราลีโอน ไลบีเรีย กินีบิสเซา เข้ามาในกินีประมาณ 750,000 คน โดยกินีได้รับความช่วยเหลือจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เข้ามาแก้ปัญหานี้ ในปัจจุบัน กินียังมีผู้อพยพอยู่ประมาณ 39,000 คน

ประชาคมระหว่างประเทศได้ออกมาประณามการยึดอำนาจของร้อยเอก Camara และเรียกร้องให้มีการคืนอำนาจให้กับประชาชนโดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดี Abdoulaye Wade แห่งเซเนกัลได้แถลงที่ประเทศฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2551 ว่าทุกฝ่ายควรให้การสนับสนุนร้อยเอก Camara โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านไม่ควรแทรกแซงกิจการภายในของกินี แต่ควรให้เวลากินีผลัดเปลี่ยนอำนาจอย่างสันติ ซึ่งคำแถลงดังกล่าวเป็นที่ประหลาดใจของหลายฝ่าย เนื่องจากสวนทางกับการประณามการยึดอำนาจโดยสหภาพยุโรป สหรัฐฯ รวมทั้งสหภาพแอฟริกา ซึ่งได้ประกาศยุติสมาชิกภาพของกินีในสหภาพ แอฟริกาเป็นการชั่วคราว นอกจากนี้ รัฐบาลของร้อยเอก Camara ยังได้รับการสนับสนุนจากนาย Muammar AL Gaddafi ประธานาธิบดีลิเบียซึ่งได้เดินทางเยือนกินีเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2552 อีกด้วย


ข้อมูลเศรษฐกิจ/การค้า

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ 4.54 พันล้าน USD (ไทย: 317.7 พันล้าน USD)
รายได้ประชาชาติต่อหัว 415.15 USD (ไทย: 4,719.8 USD)
การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ร้อยละ 3.0 (ไทย: ร้อยละ 7.8)
อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ 7.0 (ไทย: ร้อยละ 3.3)
อุตสาหกรรมที่สำคัญ บ็อกไซต์ ทอง เพชร การสกัดอะลูมิเนียม การแปรรูปสินค้าเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมเบา
ทรัพยากรธรรมชาติ บ็อกไซต์ (มีปริมาณกว่าครึ่งหนึ่งของโลก) แร่เหล็ก เพชร ทองคำ ยูเรเนียม พลังงานน้ำ ปลา เกลือ
ทุนสำรอง78.4 ล้าน USD (ไทย: 185.9 พันล้านUSD)
สินค้าออกที่สำคัญของกินี บ็อกไซต์ อะลูมิเนียม ทองคำ เพชร กาแฟ ปลา ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร
สินค้าเข้าที่สำคัญของกินี ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม โลหะ เครื่องจักรกล อุปกรณ์ขนส่ง สิ่งทอ ธัญพืช และผลิตภัณฑ์อาหาร
ประเทศคู่ค้าสำคัญ ส่งออก อินเดีย สเปน รัสเซีย เยอรมนี ไอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา ยูเครน
นำเข้า จีน เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร
หน่วยเงินตรา ฟรังก์กินี (GNF)(1 บาท =219.30 GNF) (สถานะ ณ วันที่ 20 มิ.ย. 54)

ข้อมูลเศรษฐกิจ (2553)
มูลค่าการค้าไทย
- กินี
10.70 ล้าน USD (ไทยส่งออก 9.60 ล้าน USD ไทยนำเข้า 1.09 ล้าน USD ไทยได้ดุลการค้า 8.51 ล้าน USD)
สินค้าส่งออกของไทยเม็ดพลาสติก ผลิตภัณฑ์พลาสติก ข้าว เครื่องดื่ม ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ หม้อแบตเตอรี่และส่วนประกอบ เครื่องนุ่งห่ม
สินค้านำเข้าจากกินีเหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ สัตว์น้ำลด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูป
การลงทุนไม่ปรากฏข้อมูลการลงทุนระหว่างกัน
การท่องเที่ยวชาวกินีมาไทย 2,961 คน (2553)
คนไทยในกินี 2 คน
การตรวจลงตราขอรับการตรวจลงตราตามปกติได้ที่ กรุงเทพฯ (สถานกงสุล)
สำนักงานของไทยที่ดูแลกินี สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงดาการ์
สำนักงานของกินีในไทยกรุงเทพฯ (สถานกงสุล) (กงสุลกิตติมศักดิ์กินีประจำไทย คือ นายสมาน ไกรคุ้ม) / สถานเอกอัครราชทูตกินีประจำมาเลเซีย

ภูมิหลังทางเศรษฐกิจ
กินี เป็นหนึ่งในประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยแร่ธาตุ โดยเฉพาะบอกไซต์ ซึ่งมีปริมาณเกือบครึ่งหนึ่งของโลก นอกจากนี้ ยังมีทองคำและเพชรและแร่ธาตุอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคา ส่งผลให้รายได้ของประเทศจากการทำเหมืองแร่ยังคงมีจำกัด โดยคิดเป็นเพียงร้อยละ 17 ของผลิตภัณฑ์ มวลรวมในประเทศ นับแต่ปี 2547 ความต้องการแร่ธาตุและราคาซื้อขายในตลาดโลกได้ส่งผลให้กินีมี การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น และภาคเหมืองแร่มีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคิดเป็นร้อยละ 90 ของมูลค่าการส่งออก

ภาคเกษตรกรรมยังคงเป็นหัวใจหลักของกินี โดยประชากรกว่าร้อยละ 70 ของประเทศอยู่ในภาคเกษตรกรรม สินค้าเกษตรที่สำคัญ ได้แก่ มันสำปะหลัง ข้าว และข้าวโพด เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ผลิตผลทางด้านเกษตรกรรมยังคงมีมูลค่าเพียงร้อยละ 20 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ และคิดเป็นร้อยละ 10 ของมูลค่าการส่งออก

แม้ว่ากินีจะมีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม กินียังคงประสบปัญหาการพัฒนาทางเศรษฐกิจ อันเนื่องมาจากความไม่มั่นคงทางการเมือง การคอรัปชั่นที่มีอยู่สูง ประกอบกับสถานการณ์การสู้รบในกินีบิสเซา เซียร์ราลีโอน และไลบีเรีย ซึ่งส่งผลให้มีการอพยพจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในกินี ทั้งนี้ กินียังถูกจัดไว้เป็นลำดับที่ 11 ในตารางประเทศล้มเหลว (failed state)

สหประชาชาติจัดให้กินีอยู่ในอันดับที่ 156 จาก 177 ประเทศ ที่มีดัชนีการพัฒนาคน (Human development index-HDI) ต่ำที่สุด ทั้งนี้ ดัชนีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นมาตรฐานสุขภาพที่ย่ำแย่ของชาวกินีและสาธารณูปโภค ที่มีอยู่อย่างจำกัด โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของโรคเอดส์ในกลุ่มแรงงานเหมืองแร่


ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐกินี

1. ความสัมพันธ์ทั่วไป
1.1 ด้านการทูต
ไทยและกินี สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่าง กันเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2526 โดยไทยได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงดาการ์ มีเขตอาณาครอบคลุมกินี ในขณะที่กินีได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์มีเขตอาณาครอบคลุมไทย ความสัมพันธ์ทวิภาคีโดยทั่วไปราบรื่นแต่ไม่ใกล้ชิดนัก เนื่องจากสภาพภูมิศาสตร์ที่ห่างไกลกัน และมูลค่าการค้ารวมน้อย

1.2 ด้านการเมืองและเศรษฐกิจ
การค้าระหว่างไทยกับกินีมีปริมาณ ไม่มากนัก ที่ผ่านมาไทยได้เปรียบดุลการค้ากับกินี ในปี 2553 มูลค่าการค้าสองฝ่ายมีมูลค่า 10.7 ล้านเหรียญสหรัฐ ไทยส่งออกไปกินีมูลค่า 9.60 ล้านเหรียญสหรัฐ และไทยนำเข้าจากกินีมูลค่า 1.09 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้าเป็นมูลค่า 8.51 ล้านเหรียญสหรัฐ

1.3 ความสัมพันธ์ทางสังคมและวัฒนธรรม
ปัจจุบัน ทั้งสองฝ่ายยังมิได้มีการส่งเสริมความสัมพันธ์ทางสังคมและวัฒนธรรมระหว่างกัน

- ความตกลงที่สำคัญๆ กับไทย
ยังไม่มีการจัดทำความตกลงระหว่างสองประเทศ

- การเยือนที่สำคัญ
นาย Alexandre Cece Loua รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกินี เคยทาบทามการเยือนไทยในช่วงเดือนพฤษภาคม 2552 หลังการประชุม World Ocean Conference ในวันที่ 11-15 พฤษภาคม 2552 ที่อินโดนีเซียเพื่อกระชับความสัมพันธ์และชี้แจงสถานการณ์การเมืองในกินี อย่างไรก็ดี ฝ่ายกินีได้ขอยกเลิกการเยือนไทยรวมทั้งการประชุมที่อินโดนีเซียเนื่องจากติด ภารกิจภายในประเทศ

สถานะเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2553